รีวิว One for The Road (2021) โร้ดทริปบอกลาแฟนเก่าก่อนลาจากโลก

One for The Road จึงเป็นหนังที่คล้ายจะเตือนสติเรา ๆ ถึงคุณค่าของเวลาและชีวิต รวมถึงความสัมพันธ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว มิตรภาพ หรือคู่รัก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนปะติดปะต่อทำให้เรามีชีวิตอย่างวันนี้ มอบประสบการณ์ต่าง ๆ ให้เรา และหลายคนก็ยังคงเป็นคนสำคัญ แม้ว่าจะไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้วก็ตาม

รีวิว On The Basis of Sex (2018): หนังกฎหมายย่อยง่าย เมื่อชายและหญิงไม่เท่าเทียมกัน

ถ้าพูดถึงหนังกฎหมาย หลายคนอาจจะตั้งแง่ไปแล้วว่าต้องหนักหน่วง ดูไม่รู้เรื่อง น่าเบื่อ ชวนหลับคาโซฟา แต่สิ่งนี้ไม่ใช่กับ On The Basis of Sex หนังสร้างจากชีวิตจริงของรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ทนายความสาวแกร่งที่ชนะคดีมามากมาย และมีส่วนช่วยผลักดันให้กฎหมายของสหรัฐฯ มีความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น

รีวิว 10 Cloverfield Lane (2016): เธอโดนจับมาขังใต้ดิน เพราะข้างนอกอากาศเป็นพิษ (จริงหรือ?)

10 Cloverfield Lane เป็นหนังภาคแยกจากเรื่อง Cloverfield (2008) ที่หลายคนอาจจะคุ้นหูกัน ย้ำว่าเป็นภาคแยก ไม่ใช่ภาคต่อ เพราะเนื้อหาไม่ได้ต่อเนื่องกันขนาดนั้น สามารถดูแยกกันได้ ตัวเราเองที่ไม่เคยดู Cloverfield ก็มาดูเรื่องนี้ได้อย่างสนุก

รีวิว Escape Room: Tournament of Champions (2021) ภาค 2 ที่นำผู้ชนะมาประชันกัน แต่ไม่ดุดันเท่าที่คิด

Escape Room ภาค 2 นี้ เรื่องราวก็ดำเนินต่อจากภาคแรกเลย มีผู้ชนะจากภาคแรกอย่าง "เบน" และ "โซอี้" ที่เดินทางไปนิวยอร์กเพิ่งหวังจะหาเบาะแสเกี่ยวกับเกม และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการถูกจับไปเล่นเกมมรณะอีกครั้ง โดยคราวนี้มีผู้ร่วมชะตาเป็นผู้ชนะคนอื่น ๆ ที่เคยผ่านเกมมาแล้วเช่นกัน ฉะนั้นชื่อของภาคนี้เลยเป็น Tournament of Champions หรือก็คือจับแชมป์มาชนแชมป์ซะเลย

รีวิว Cafe Funiculi Funicula (2018): ตราบใดที่กาแฟยังอุ่น คุณก็ดื่มด่ำอดีตได้

ช่วงนี้รู้สึกเหมือนได้ดูหนังแนวย้อนเวลาหลายเรื่องมาก Cafe Funiculi Funicula ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่นำคอนเซ็ปต์การท่องเวลาเล่าออกมาได้น่าสนใจ และอิ่มเอมฟีลกู๊ดไปกับเรื่องราวเรียบง่ายแต่จับใจ

รีวิว The Adam Project (2022): อดัมย้อนเวลาจะไปช่วยแฟนอดัม แต่ดันเจออดัมวัยเด็กแทน

The Adam Project หนังที่เลือกดูแบบแรนด้อม ๆ ในบ่ายวันเสาร์ที่ต้องการดูหนังสักเรื่อง พอเห็นว่ามี Ryan Reynolds ก็พอเดาได้ว่าหนังจะมาสไตล์ไหน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะหนังมีความกวนตีนสไตล์พี่แก แถมด้วยความลุ้นระทึกแบบหนัง Sci-Fi & Action ก็ช่วยให้หนังสนุกขึ้นมาก

รีวิว Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน (2016): รู้งี้อยู่โรงพยาบาลต่อดีกว่า

โดยรวมแล้ว Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน ถือเป็นหนังผีที่สามารถดูเพลิน ๆ ได้ แต่อาจจะมึนสักหน่อยกับปมที่หนังสาดมาแบบไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งตอนจบก็ยังมีความก้ำกึ่ง เดาไม่ถูกว่าบทสรุปเป็นยังไง

รีวิว The Pool นรก 6 เมตร (2018): ติดอยู่ในสระร้าง เจอจระเข้ แถมเมียก็บาดเจ็บ

เพิ่งเห็นว่า The Pool นรก 6 เมตร เข้า Netflix แล้ว เป็นหนังอีกเรื่องที่เราไม่ได้มีโอกาสไปดูในโรง หนังมีพล็อตที่แหวกแนวหนังไทยมาก ๆ จนทำให้เราแอบเล็ง ๆ ไว้อยู่เหมือนกัน

รีวิว App War (2018): สงครามของ 2 แอปฯ เพื่อนตี้ เงินทุนนี้เขาหรือเธอจะได้ครอง?

App War แอปชนแอป เป็นอีกหนึ่งหนังไฮไลต์ในช่วงปี 2018 ที่เพิ่งเข้า Netflix เมื่อไม่นานมานี้ จุดเด่นของหนังคือเป็นหนังไทยเรื่องแรก ๆ (น่าจะเรื่องแรก รึเปล่า) ที่เอาเรื่องสตาร์ตอัปมาเป็นพล็อตหลักของเรื่อง นั่นจึงทำให้หลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สนใจกัน และตัวหน้าหนังก็ดูฉูดฉาดสะดุดตา พอรู้ว่าเข้า Netflix เราที่ยังไม่ได้ดูก็เลยต้องรีบหาเวลาเปิดดูสักหน่อย

รีวิว Love and Leashes (2022): จับรองหัวหน้ามาเฆี่ยน รองหัวหน้าบอก “เอาอีก!”

ความสัมพันธ์แบบ BDSM ได้ยินผิวเผินหลายคนอาจจะชักสีหน้า แต่ในหนังเรื่อง Love and Leashes จับ BDSM มาเล่าในโทนที่ต่างออกไป มีความนุ่มนวล ตะมุตะมิ สีพาสเทลมากขึ้น ไม่ดาร์กเหมือนหนังรุ่นพี่อย่าง Fifty Shades of Grey และไม่ได้ติดเรตอย่างที่หลาย ๆ คนคิด (อยากให้เป็น)

Blog at WordPress.com.

Up ↑