รีวิว Insatiable SS2 (2019): เมื่อศึกนางงามครั้งนี้เปื้อนเลือดกว่าเดิม!

Insatiable ถือเป็นซีรีส์ที่ออกตัวชัดเจนว่าฉันจะรั่ว จะล้น จะบ้า และไม่สนใครหน้าไหน และไม่ว่าจุดหมายการดูซีรีส์ของคุณจะเป็นอะไร สำหรับเรื่องนี้แล้ว จงลบทุกอย่างทิ้งให้หมด และดำดิ่งไปกับความเวิ่นเว้อเลอะเทอะของมันอย่างไม่ต้องถามหาเหตุผล

ฟังแบบนี้ อาจจะรู้สึกว่าซีรีส์ไม่น่าอภิรมย์ ฟังดูไร้สาระ ซึ่งถามว่าไร้สาระไหม มันก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งที่เราชอบของเรื่องนี้มากๆ คือวิธีการเล่าเรื่องที่กล้าบ้าบิ่น พร้อมเล่นอะไรแปลกๆ ท้าทายคนดู สาระไม่สาระอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความบันเทิงมาเต็มแน่นอน

Insatiable ซีซั่น 2 นี้ สานต่อจากภาคก่อนซึ่งฉายเมื่อปีที่แล้ว เรื่องราวในตอนแรกของซีซั่นนี้ไม่ได้มีการแฟลชแบ็กใดๆ ทั้งสิ้น เปิดเรื่องมาก็อาจจะงงกันนิดหน่อย แต่ก็พอปะติดปะต่อเรื่องราวไปได้

ความปั่นป่วนเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนแรก เมื่อแพตตี้ บลาเดลล์ (Debby Ryan) นางเอกของเรื่อง ต้องพยายามกลบความผิด ปิดความลับที่ว่าในคืนนั้นเธอฆ่าคนไป คนนึงตายแล้วแน่นอน ส่วนอีกคนไม่รู้หายไปไหน ตายแล้วจริงๆ รึเปล่า นั่นทำให้เธอระแวงว่าจะโดนล้างแค้นไหม แน่นอนว่าเรื่องทุกอย่างนี้ห้ามเล็ดรอดออกไปเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นกระทบต่อชื่อเสียงและมงกุฎนางงามที่เธอใฝ่ฝันแน่ๆ

03.jpg

ภาคนี้บอกเลย สีสันมากกว่าเดิม ฮากว่าเดิม เลือดสาดกว่าเดิม

สำหรับภาคนี้ บอกเลยว่าฉูดฉาดกว่าภาคเดิมมาก ทุกอย่างทวีคูณขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฉากเว่อร์ๆ เหตุการณ์แรนด้อมๆ ที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ก็เรียกเสียงฮาได้ หรือจะเป็นฉากเลือดสาดที่เพิ่มขึ้นจากภาคก่อนอย่างเห็นได้ชัด เพราะภาคนี้แพตตี้ฆ่าคนเป็นว่าเล่น ช่างขัดกับหน้าหนังที่ดูมีสีสันเป็นลูกกวาดหวานแหวว สร้างความย้อนแย้งได้อย่างลงตัว

ความฮายังคงเป็นจุดเด่นในแง่ความบันเทิงของ Insatiable บางทีแค่ตัวละครโผล่มาเฉยๆ ก็ขำแล้ว อาจจะเพราะท่าทางการแสดงออกที่ดูจริตๆ เว่อร์ๆ เกินมนุษย์มนาในหลายๆ ที คำพูดคำจาและสำเนียงที่ดู dramatic แบบน่าเอ็นดูปนน่าหมั่นไส้ (ถ้านึกไม่ออกก็ให้คิดถึงตอนที่บ๊อบ อาร์มสตรอง เรจิน่า หรือดิกซี่พูด) และมุกตลกที่ปล่อยออกมาได้อย่างถูกจังหวะ ไม่มีแป้ก มีแต่ความกวนตีนที่พอดูแล้วให้ความรู้สึกว่าแกคิดได้ไงวะ อยากหมอบกราบ

แพตตี้ยังเด่น แต่ตัวละครอื่นๆ ก็เริ่มเด่นมากขึ้น

ในภาคนี้ ตัวละครเด่นก็ยังคงเป็นแพตตี้ แต่ตัวละครอื่นๆ ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นจากภาคก่อน แต่ละคนมีเรื่องราวที่อยากเล่าของตัวเอง เช่น สองบ๊อบ (Dallas Roberts) (Christopher Gorham) และคอราลี (Alyssa Milano) ที่ความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงกลายเป็นขมขื่น สองบ๊อบจากที่รักกันอยู่ดีๆ ก็กลับกลายมาเป็นคู่แข่งกันอีกครั้ง แสดงให้เห็นเลยว่าอะไรๆ ก็ไม่จีรังยั่งยืนจริงๆ

11.jpg

ทางฝั่งน็อนนี่ (Kimmy Shields) เพื่อนสนิทของแพ็ตตี้ที่เคยแอบหลงรักแพ็ตตี้ ก็เป็นแฟนกับดี สาวห้าวที่ไม่ชอบหน้าแพตตี้เท่าไร ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ทั้งคู่จะไปได้ดี ทำนองคู่รองที่ไม่ค่อยมีดราม่าอะไร แต่สุดท้ายซีรีส์ก็ใส่ชนวนเข้าไปในคู่นี้จนได้

ส่วนดิกซี่ (Irene Choi) สาวจีน (?) ก็ได้พบเจอครอบครัวที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่ปริศนาที่คลี่คลายว่าเรจิน่า (Arden Myrin) เจอดิกซี่ได้ไง บอกเลยว่าหนึ่งในฉากที่ฮาที่สุดสำหรับเราก็คือฉากที่ดิกซี่เจอครอบครัวแท้จริงนั่นละ

10.jpg

แพตตี้เอง ภาคนี้นางก็เจอปัญหาเยอะเหมือนกัน นอกจากจะต้องชิงมงกุฎตามพล็อตหลักแล้ว นางยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านการกิน คือหยุดกินไม่ได้ว่างั้น เครียดก็กิน กังวลก็กิน พอกินก็เริ่มนอยด์รูปร่างหน้าตา เป็นวงจรอุบาทว์ไม่จบไม่สิ้น ทางเดียวที่จะหยุดเธอจากการกินได้ก็คือต้องให้เธอไปโฟกัสกับเรื่องอื่น ซึ่งก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง และยิ่งเจอเหตุฆาตกรรมบ่อยๆ ขึ้น ต้องเก็บความลับมากขึ้น แพตตี้ก็ยิ่งเครียดขึ้น ทำให้รู้สึกเลยว่า จริงๆ ชีวิตนางโคตรวุ่นวายเลอะเทอะ แม้ว่าฉากหน้าจะดูสวยหรูก็ตาม

04.jpg

อย่ามองคนแค่เปลือกนอก

ถ้าภาคแรกพูดถึงการอยากได้อยากมี และการคิดว่าหากตัวเองเป็นแบบนี้จะมีความสุข ภาคนี้ใจความหลักก็คงจะเปลี่ยนไป กลายเป็นการพูดถึงเปลือกนอกและความจริง ดังจะเห็นได้จากกรณีของแพตตี้ที่ใครมองมาภายนอกก็อิจฉา จากสาวอ้วนกลายเป็นสาวผอมเพรียว กำลังชิงตำแหน่งนางงาม มีแฟนโคตรหล่อ ดูยังไงๆ ก็เพอร์เฟ็กต์หากไม่รู้ว่าเบื้องหลังชีวิตเธอดำมืดขนาดไหน

อีกเคสหนึ่งที่ซีรีส์เลือกนำมาเล่าก็คือแมกโนเลีย (Erinn Westbrook) ลูกสาวของบ๊อบ บาร์นาร์ด แมกโนเลียเองก็เป็นคนสวยและมีสิทธิ์ลุ้นชิงตำแหน่งนางงามพอๆ กับแพตตี้ แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนผิวสีแบบกึ่งๆ คือจะผิวสีก็สีไม่สุด ผิวขาวก็ไม่ใช่ เลยกลายเป็นว่าเธอไม่ถูกต้อนรับจากสังคมฝั่งใดฝั่งหนึ่งเลย เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคมใดๆ ทั้งสิ้น

06.jpg

จริงๆ ประเด็นดราม่าในเรื่องนี้ไม่ได้มีเยอะเท่าไร สาระก็ไม่ค่อยโผล่มาแบบเห็นได้ชัด จะเป็นการแทรกๆ ซึมๆ เข้าไปในความตลกร้ายและความเกินเบอร์มากกว่า อย่างว่าละซีรีส์เค้าสร้างมาเพื่อความบันเทิงแบบกัดจิกสังคมล้วนๆ

ทิ้งท้ายได้ชวนลุ้นมาก แพตตี้จะไปทางไหนต่อ?

การดำเนินเรื่องโดยรวมของซีซั่นนี้ยังคงสนุก กระชับฉับไว และลุ้นแม้กระทั่งในตอนสุดท้าย ซึ่งก็จบไปแบบเดาว่าน่าจะมีซีซั่นต่อมาแหละ เป็นการจบที่ดาร์กและตลกร้ายพอสมควร ชวนให้อยากรู้ต่อมากๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อกับแพตตี้ เธอจะดาร์กได้ถึงขนาดไหน และเรื่องราวจะหลุดโลกไปถึงเมื่อไร ซีซั่นหน้าน่าจะได้รู้กัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: