รีวิว The Nun (2018): แม้แต่บาทหลวงและแม่ชีก็โดนผีหลอกได้

The Nun เป็นหนังที่เจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์แบบยับๆ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เข้าฉาย บางเพจหนังให้คะแนนตกต่ำถึงขั้น 2-3 คะแนนเต็ม 10 คะแนน แต่นั่นก็ทำให้เรายิ่งอยากรู้ว่าหนังมันจะแย่ได้สักแค่ไหนเชียว ในใจคิดว่าเค้าคงคาดหวังไว้สูงลิบติดเพดาน พอหนังทำออกมาได้ไปพีคสมใจก็ผิดหวังตามๆ กันไป ก่อนไปดู The Nun เราเลยไม่คาดหวังซะ สิ้นเรื่อง ไม่สนุกของเขาอาจจะสนุกของเราก็ได้

หนังย้อนไปในปี 1952 ก่อนหน้า The Conjuring 20 ปี เปิดประเด็นด้วยการแขวนคอของแม่ชีในวิหาร ขนาดใหญ่โตโอ่โถง ณ ประเทศโรมาเนีย ซึ่งการฆ่าตัวตายของแม่ชีเนี่ยถือเป็นบาปหนักมาก (คอนเซ็ปต์เหมือนศาสนาพุทธเลย) ทีนี้ ศูนย์กลางคริสตจักรโลกอย่างนครวาติกันก็ได้ส่งบาทหลวงเบิร์ก และแม่ชีไอรีนซึ่งเป็นแม่ชีฝึกหัดไปสอบสวนถึงสาเหตุการฆ่าตัวตาย ซึ่งพอไปถึงที่นั่นทั้งคู่ก็ได้พบเหตุการณ์น่าขนลุกต่างๆ รวมถึงได้รับรู้อดีตของสถานที่แห่งนี้ และได้เผชิญกับปีศาจวาลัคในคราบแม่ชี ผู้อยู่เบื้องหลังการตายของแม่ชีตอนต้นเรื่อง

ซึ่งพอเราดูจบ… ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น ค่อนข้างโอเคสมกับมาตรฐานหนังผีทั่วไป แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมบางคนถึงไม่โอเค เพราะ The Conjuring ทำไว้ได้ดีเกินมาตรฐานหนังผีทั่วไป บวกกับผีแม่ชีที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางช่วง The Conjuring ภาค 2 ฉาย จึงเข้าใจได้ว่าทำไมคนถึงให้ความคาดหวังกับ The Nun สูง

แล้วตรงที่โอเคและตรงไหนที่เฉยๆ บ้าง ? เอาส่วนที่เฉยๆ ก่อนละกัน หนึ่งคือด้านพล็อตเรื่อง ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรไปมากกว่าการที่ปีศาจหลุดออกมาจากขุมนรกแล้วต้องการสิงร่างคนเพื่อแพร่ขยายความชั่วร้ายต่อไป พล็อตนี้อันที่จริงก็เบสิกๆ เหมือนหนังผีฝรั่งทั่วไป แต่เพราะด้วยความที่ The Nun มันถูปูทางมาด้วยความขลัง ความแม่ชี ความวิหารอลังการ จึงแอบอยากให้มีการสอดแทรกปมอะไรที่สามารถหยิบไอ้พวกนี้มาเล่นได้เพิ่ม พอมันมีแค่ปราบปีศาจ มันเลยเฉยๆ อะ ไม่ว้าวเท่าไร

ส่วนที่สอง ก็ต่อเนื่องมาจากส่วนแรกนิดนึง บวกกับการดำเนินเรื่องแบบเนิบๆ ซะเป็นส่วนใหญ่หากไม่ใช่ฉากที่ต้องปะทะกับผี จึงมีบางช่วงที่หนังค่อนข้างอืดๆ เอื่อยๆ ชวนให้หลับ ยิ่งผสมรวมกับโทนสีของหนังที่ทึมๆ มืดๆ ดำๆ ด้วยแล้ว โอ้โห ยานอนหลับชั้นดี แต่เราก็ไม่โทษโทนสีของหนังนะ ความจริงคือเราชอบโทนสีแบบนี้มาก มันดูขลังๆ หม่นๆ ดี เพียงแต่พอเจอช่วงที่เนื้อเรื่องเนิบๆ เข้าไป ก็ทำให้เคลิ้มๆ ได้เหมือนกัน

ส่วนที่สาม แม้หนังจะมีความตุ้งแช่อยู่ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังน่ากลัวมากนัก ด้วยความที่หนังมักบิ้วด์อารมณ์ในซีนที่ตั้งใจจะหลอกคนดูก่อน มันทำให้เราเตรียมใจไว้ระดับนึงว่าซีนนี้แม่งต้องมาแน่ๆ พอมันมาจริงๆ เลยแบบ…เออ ก็เดาไว้แล้วแหละ ซีนไม่ตุ้งแช่ก็มีบ้าง ซึ่งก็ทำได้ดีใช้ได้ แบบเห็นเงาดำๆ ผ่านแวบไปแวบมา อะไรแบบนี้ เอ้อ! อีกจุดนึงที่นอยด์กับตัวละครมากขึ้นพวกแกจะกล้าไปไหน ทำไมต้องแยกกันเดินดุ่ยๆ คนเดียว ทำไมเวลาเห็นอะไรผิดสังเกตแล้วต้องวิ่งเข้าไปหา จะไปพิสูจน์เหรอว่านั่นใช่ผีรึเปล่า ปัดโธ่! ถ้าใช่แล้วจะทำยังไง สุดท้ายก็โดนมันเล่นงานอยู่ดี ก็เห็นวิ่งป่าราบกันทุกครั้ง (ใช่…แม้กระทั่งบาทหลวงกับแม่ชี) มันเลยทำให้ขัดใจนิดนึงว่าอยู่เฉยๆ ก็ได้มั้ย ไม่ต้องหาเรื่อง แต่ก็นะ…ถ้าตัวละครไม่บ้าไม่กล้า ก็คงไม่มีฉากน่ากลัวให้คนดูอย่างเราเสพกัน

อะ กลับมาส่วนที่โอเคบ้าง ที่เราบอกว่าโดยรวมหนังโอเคเพราะเราไม่ได้คาดหวังอะไรเลย แค่กะว่าจะมาดูหนังผี จบ ซึ่งก็ได้ตามนั้น ผีออกมาหลากหลายฟอร์มมาก ไม่ได้มีแค่แม่ชีตัวหลักอย่างเดียว แฟนตาซีสุดๆ ผีบางตัวก็เชื่อมโยงกับปมในอดีตของตัวละคร ตามมาหลอกหลอนเพราะตัวละครมีปมด้อย ผีบางตัวก็ทำเนียน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นผี ผีบางตัวก็แบบแกโผล่มาจากไหน อยู่ดีๆ นึกอยากจะโผล่ก็โผล่ น่าจับหวดด้วยไม้กางเขน แต่ที่แน่ๆ คือผีเฮี้ยนกันทั้งนั้น โดยเฉพาะผีแม่ชีตัวเอกของเรื่องที่ไม้กางเขนและรูปปั้นจีซัสยังเอาไม่อยู่ เอาจริงๆ ฉากที่หนังไม่ได้ตั้งใจทำให้ตลก แต่ออกมากลับตลกก็มีเยอะอยู่ ถ้าคนดูไม่ได้กลัวเกินไปแล้วหามุมตลกเจอก็จะหลุดขำออกมาได้

ตัวเนื้อเรื่องมีการหักมุมเล็กๆ น้อยๆ เมื่อปมในเรื่องถูกเฉลย ซึ่งตรงนี้ทำได้ดี ทำให้ข้อสงสัยบางส่วนกระจ่างไปได้ ทำให้เรื่องดู make sense ขึ้น จุดเชื่อมโยงกับ The Conjuring ก็ทำได้ดี หลอนพอใช้ได้เลย แต่หลายๆ ปริศนาก็ถูกทิ้งไว้ค้างๆ คาๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย แต่มันก็สามารถทำให้คนดูนำกลับมาถกกันได้ว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้ มองๆ ไปแล้วมันก็ดีนะ บางทีการเฉลยหมดมันก็ไม่เซ็กซี่เท่าไร ให้คนดูคิดหาคำตอบเองก็สนุกและหลอนไปอีกแบบ

ทางด้านตัวละคร ตอนแรกเรานึกว่าบาทหลวงจะเป็นฮีโร่เทพๆ แต่เอาเข้าจริงลุงสติหลุดที่สุดเพราะมีปมในใจเลยโดนหลอกง่าย ส่วนแม่ชีไอรีนนี่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์หน้าตาแบบสาวน้อยใสๆ แต่ใจแกร่งจริง คาดว่าเธอน่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนอยากดูหนังต่อไปเรื่อยๆ แต่ที่มาแรงแบบคาดไม่ถึงคือเฟรนชี่ ชายหนุ่มท้องถิ่นที่เป็นผู้พบศพแม่ชีรายแรก และจับพลัดจับผลูต้องมาร่วมผจญภัยกับแก๊งบาทหลวงด้วย ภายนอกดูเหมือนพี่แกจะไม่เอาไหน ดูเป็นชายเจ้าสำราญ (จีบแม่ชีอะคิดดู๊) แต่พอเจอสถานการณ์ชุลมุน พี่แกเป็นคนที่ครองสติไว้ได้แม่นสุด อีกเสน่ห์หนึ่งที่พี่เสริมเข้ามาในหนังคือมุกตลกและความผ่อนคลายที่หยอดเข้ามาในหนังเป็นครั้งคราวอย่างได้จังหวะ ทำให้หนังมีมุมน่ารักๆ กับเค้าบ้างเหมือนกัน

อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือฉาก งาน-ดี-มาก!! ชอบตั้งแต่เลือกโรมาเนียเป็นที่ตั้งแล้ว ฉากวิหารและ surrounding ในหนังมีความขลัง ความหลอน ความโกธิคดีมาก โดยเฉพาะวิหารที่ดูยิ่งใหญ่โอ่โถงแต่ก็ชวนให้สะพรึงไปในคราวเดียวกัน สถานที่ที่ยามปกติจะดูศักดิ์สิทธิ์นี่พอเหตุการณ์กลับตาลปัตรสามารถกลายเป็นสถานที่ที่ดูสยองไปได้เลย

สรุปแล้ว The Nun ถือว่าทำได้โอเคสำหรับผู้ที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายแบบเรา ถ้าใครชอบดูหนังผีเพลินๆ อยากไปดูสนุกๆ ก็แนะนำ ใครอยากเติมเต็มจักรวาล The Conjuring ในใจท่านก็แนะนำ ใครไม่ชอบดูหนังผี ก็แนะนำเช่นกันเพราะมันไม่ได้สยองติดตาอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าใครคาดหวังปมจัดเต็ม แบ็กกราวด์ตัวละครแน่นเอี๊ยดก็อาจจะผิดหวังได้ เพราะพล็อตเรื่องมันก็เรียบง่ายอย่างนั้นแหละ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: