รีวิว Leah on The Offbeat (2018): ชีวิตผิดจังหวะของสาวมือกลองที่ยังงงๆ ว่าตัวเองชอบเพศอะไร

Leah on the Offbeat เป็นนิยายภาคต่อจาก Simon VS. The Homo Sapiens Agenda นิยายชื่อดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Love, Simon

ในเล่มนี้ เราได้กลับมาเจอตัวละครที่คุ้นเคยกันอีกครั้ง กับเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากภาคที่แล้ว สิ่งที่ต่างออกไปคือรอบนี้เราจะได้เห็นเรื่องราวผ่านสายตาของลีอาห์ หนึ่งในเพื่อนสนิทของไซมอนจากเล่มแรก

เรารู้จักลีอาห์ในฐานะเพื่อนผู้หญิงของไซมอนที่มีความเฮ้วๆ ห้าวๆ มีความตรงไปตรงมา แต่ลึกๆ ในใจก็อ่อนไหวไม่แพ้กัน ในเล่มนี้มันน่าสนใจตรงที่เราจะได้รู้จักเธอเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องที่เล่มนี้เป็นไฮสคูลปีสุดท้าย ซึ่งก็จะนำมาซึ่งประเด็นปัญหาวัยรุ่นต่างๆ

Leah on the Offbeat ตอกย้ำความผันผวนในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต และกล้าที่จะตั้งคำถามกับมาตรฐานสังคม

เนื้อหาของเล่มนี้คือไฮสคูลปีต่อมา นับจากเล่มก่อน โดยบอกเล่าเรื่องราวของลีอาห์ สาวมือกลองที่กำลังเผชิญความวุ่นวายในชีวิตที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพกับกลุ่มเพื่อนเดิมที่เริ่มจะสั่นคลอนหลังจากเหตุการณ์เข้าใจผิด การที่แม่ของเธอคบหาดูใจกับหนุ่มคนใหม่ที่เธอไม่ชอบขี้หน้า หรือแม้กระทั่งจุดที่พีคที่สุดคือการที่เธอเผยว่าตัวเองน่าจะเป็น bisexual หรือ ชอบได้ทั้ง 2 เพศ และเธออาจจะกำลังชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ดูเหมือนจะทำให้ปีสุดท้ายในไฮสคูลของลีอาห์ยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ คล้องกับชื่อเรื่องตรงคำว่า Offbeat เพราะถึงแม้ว่าลีอาห์จะเป็นมือกลองผู้เก่งกาจ แต่ดูเหมือนว่าชีวิตของเธอจะผิดจังหวะไปหมด บางทีเธอถึงขั้นรู้สึกเหมือนถูกทิ้งแม้ว่าจะดำเนินชีวิตไปพร้อมกับทุกๆ คน

ตัวละครเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ปีสุดท้ายของไฮสคูลกันแล้ว เราก็จะได้เห็นพัฒนาการด้านความรักของไซมอนต่อจากภาคที่แล้ว รวมถึงได้อัพเดตเรื่องราวความรักของคู่รักหวานเจี๊ยบตั้งแต่เล่มก่อนอย่างนิคและแอ๊บบี้อีกด้วย ขอบอกว่าอะไรๆ ที่เคยราบรื่นในเล่ม 1 ไม่ได้ราบรื่นในเล่ม 2 นะฮะ ชีวิตยังก้าวเดินต่อไป มีอุปสรรคขวางทางอยู่ข้างหน้า ใครที่คิดว่าอ่านเล่ม 1 ก็พอ จบแล้วจบเลย ขอบอกว่าคิดผิด

การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างกระชับฉับไว เน้นเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของเด็กไฮสคูล โดยนำสิ่งธรรมดาสามัญเหล่านี้มาเล่าให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ผ่านมุมมองกัดจิกโลกของลีอาห์ ทำให้แม้ว่าจะไม่มีฉากชวนตื่นเต้นอะไร แต่สามารถอ่านเพลินเรื่อยๆ เพราะแค่สำบัดสำนวนก็กินขาดแล้ว ถ้าใครไม่เข้าใจว่าภาษาที่อ่านสนุกนั้นเป็นยังไง อยากให้ลอง

การเปิดเผยความรู้สึกมันยาก แต่มันคงทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น

เราชอบคาแรคเตอร์ของลีอาห์ที่เป็นคนพูดตรงๆ จริงใจ และดูไม่แคร์โลก ดูไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง หลายๆ ประโยคที่เธอบ่นออกมาทำเราหลุดขำได้อย่างง่ายดายเพราะมันโคตรจะโดนใจเราเลย (เช่น ตอนที่เธอบ่นว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบหารเท่าเวลาจ่ายค่าอาหาร) เธอแสดงให้เห็นจุดยืนของตัวเองชัดเจน เช่น เรื่องหุ่นของเธอ ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยว่ามันผิดเหรอที่คนอ้วนอย่างเธอไม่คิดจะลดน้ำหนัก ในเมื่อเธอพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่แล้ว

แต่จุดอ่อนของลีอาห์ที่เราพอจะรู้มาจากเล่มก่อนคือเธอเป็นคนขี้น้อยใจ ชอบเก็บงำ อ่อนไหว ไม่พูดตรงๆ (ขนาดพิมพ์ข้อความ 2 คำยังเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ) ซึ่งในเล่มที่แล้วเราจะเห็นปัญหานี้ได้จากมิตรภาพของลีอาห์และไซมอน มาในเล่มนี้เราจะได้เห็นความอึมครึมในความสัมพันธ์ของลีอาห์และผู้หญิงที่เธอชอบ ซึ่งเราก็ลุ้นนานมากว่าเมื่อไรจะลงเอยสักที มัวอ้ำๆ อึ้งๆ กันทั้งคู่ ต้องผ่านจุดที่ไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน เมินหน้ากัน กว่าจะลงเอยกันได้ ซึ่งบางทีถ้าลีอาห์กล้าที่จะเผชิญหน้าอีกฝ่ายตรงๆ เรื่องก็คงไม่วุ่นวายแบบนี้

leahontheoffbeat04

จริงๆ แล้ว สาวห้าวอย่างลีอาห์ก็แอบเหงา

แม้ภายนอกลีอาห์จะดูเหมือนพวก don’t give a shit คือไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ติดจะขวางโลกนิดๆ แต่เอาเข้าจริงแล้วอย่างที่บอกไป เธอเป็นคนอ่อนไหวง่าย เหงาง่ายเวลาเห็นคนอื่นๆ เค้าดำเนินความสัมพันธ์กันโดยไม่มีเธอ และจริงๆ ก็อยากจะมีฉากคลีเชๆ เหมือนในหนังบ้าง มีหลายๆ ช่วงที่เธอเปิดเผยความในใจออกมาว่าการมีความรักคงเป็นความรู้สึกที่ดีไม่ใช่น้อย ลึกๆ แล้วลีอาห์เองก็อยากถูกรัก อยากให้มีใครคนหนึ่งคอยคิดถึงเธออยู่ตลอดเวลา แต่เราเดาว่าเธออาจจะมีปมเรื่องความรักของพ่อแม่ที่ไม่สมหวัง ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องรักๆ ไประดับหนึ่ง สิ่งที่เธอต้องการจึงเป็นสัญญาณที่จะทำให้เธอเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายนั้นรักเธอจริงๆ

leahontheoffbeat02

ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง

สิ่งนี้ถูกสะท้อนผ่านลีอาห์อย่างชัดเจน ลีอาห์ถือได้ว่าเป็น perfectionist ตัวแม่ ไม่ว่าจะทำอะไร นางต้องการให้มันเป๊ะ ต้องการให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าที่เข้าทาง ต้องการทำอะไรเงียบๆ คนเดียวจนกว่าจะเชื่อมั่นว่ามันดีแล้ว อันที่จริงคือเธออยากที่จะสามารถพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดไปเลย แบบที่ไม่ต้องให้ใครมาเห็นตัวเธอที่ค่อยๆ พัฒนาทีละนิดน่ะ ความต้องการเป็นคนเพอร์เฟ็กต์นี้น่าจะเป็นผลลัพธ์มาจากการที่เธอถูกรายล้อมไปด้วยสังคมที่ต่างคนต่างดูเพอร์เฟ็กต์ไปหมด เช่น ไซมอนที่มีครอบครัวที่สุดแสนจะอบอุ่น ในขณะที่แค่ครอบครัวของลีอาห์ก็ไม่เพอร์เฟ็กต์ซะแล้ว

แต่ดูเหมือนว่าฟ้าจะไม่เป็นใจต่อความอยากเพอร์เฟ็กต์ของลีอาห์ เพราะเหตุการณ์หลายๆ อย่างในเรื่องนี้ก็สับสนชุลมุนวุ่นวายเหลือเกิน อีกอย่างคือลีอาห์มักไม่กล้าลงมือทำอะไรสักอย่าง เพียงเพราะกลัวว่ามันจะพลาด กลัวว่าจะไม่สำเร็จ เช่น ลังเลอยู่นานสองนานว่าจะขายรูปภาพของเธอใน Tumblr ดีมั้ย เพราะมัวแต่กังวลว่ารูปภาพของเธอไม่เป๊ะ กังวลว่าถ้าขายแล้วไม่มีคนซื้อล่ะ? ฉันก็หน้าแตกน่ะสิ… โธ่แม่คุณ ยังไม่ทันทำเลย ตีตนไปก่อนไข้ซะแล้ว ช่วงใกล้วันงานพรอมเธอก็นอยด์แล้วนอยด์อีก กลัวว่ามันจะเละ พัง พินาศ จนบางทีเราก็แอบนอยด์ตามไปว่าจะกังวลอะไรนักหนา

ในขณะเดียวกัน ลีอาห์มองว่าแอ๊บบี้ช่างเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟ็กต์ เธอเรียนเก่ง เป็นเชียร์ลีดเดอร์ อัธยาศัยดี หน้าตาดีมีเสน่ห์ แต่ลีอาห์ก็ได้มารู้ทีหลังว่าแท้จริงแอ๊บบี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเพอร์เฟ็กต์เลย อันที่จริงแล้ว แอ๊บบี้รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยเรื่องผิวสีมาตลอด จึงพยายามอัพตัวเองด้านอื่นๆ เพื่อให้คนมองข้ามจุดด้อยนี้ เพื่อให้ตัวเธอมีความมั่นใจมากขึ้น

การที่เราอยากทำให้ทุกอย่างมันสมบูรณ์นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องอย่าลืมว่ามันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100% หรอก สมบูรณ์แบบที่สุดของเรา อาจจะไม่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาคนอื่นก็ได้ ทางที่ดีคือลองให้สุด ทำให้ดีที่สุด ผลจะเป็นยังไงก็ปล่อยไปเถอะถ้าตั้งใจทำเต็มที่แล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะมัวแต่เสียเวลากังวลอะไรที่ไม่เข้าท่า

พฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติที่ใครก็รับไม่ได้

ภาค Simon เราจะได้เห็นวัฒนธรรมการเหยียดเพศ พอมาภาคนี้เราก็จะได้เห็นว่ามีฉากที่เพื่อนของลีอาห์เผลอเหยียดสีผิวของแอ๊บบี้ ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องเล็ก แต่มันไม่เล็กเลย อันที่จริง มันคือชนวนระเบิดที่ทำลายความสัมพันธ์ของลีอาห์กับเพื่อนของเธอไปพักใหญ่ ตรงนี้แสดงให้เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่าลีอาห์เธอแฟร์ๆ ดีนะ มีความคิดสมัยใหม่ รับไม่ได้กับการที่คนคนหนึ่งโดนเหยียด (บวกกับมีเหตุผลอื่นด้วยละมั้ง) นานเลยทีเดียวกว่าลีอาห์จะทำใจยกโทษให้เพื่อนได้

การเหยียดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมหลักของสังคมอเมริกัน แม้ว่าจะมีคนที่ออกมาเปิดกว้างแล้ว แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ลึกๆ แล้วก็ยังมีอคติอยู่ และพร้อมจะระเบิดออกมาเสมอหากมีตัวกระตุ้นอะไรไป trigger ต่อมอยากเอาชนะของเขา

รีวิว Leah on The Offbeat : ชีวิตผิดจังหวะของสาวมือกลองที่ยังงงๆ ว่าตัวเองชอบเพศอะไร

การจากลา

สำหรับเรื่องราวในไฮสคูลปีสุดท้าย ประเด็นอะไรเล่าจะเด็ดไปกว่าการจากลา  เราชอบที่ลีอาห์อธิบายความรู้สึกของคนที่กำลังจะจากลาได้ดี อ่านแล้วรู้สึก relate เลย เช่น การที่เธอบอกว่าการจากลานั้นเป็นอะไรที่รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าจะต้องเกิด แต่ไม่เคยรู้สึกหรอกว่ามันจะต้องเกิดขึ้น “จริงๆ” ซึ่งจุดนี้แหละทำให้การจากลาเป็นสิ่งที่ยากจะรับได้

หรือ การที่เธอเกิดความรู้สึกเหมือนถูก attack ตอนรวมพลครั้งสุดท้ายในงานพรอม เป็นความรู้สึกโหวงๆ ซึ่งตอกย้ำว่าบรรยากาศที่รายล้อมอยู่รอบตัวเธอนั้น อีกไม่นานจะถูกพรากจากไปแล้ว…

เราเกิดความรู้สึกนี้ทุกๆ ครั้งเวลาที่ต้องเปลี่ยนผ่านจากสังคมหนึ่งไปสู่อีกสังคมหนึ่ง ไม่ว่าจะจากมัธยมไปมหา’ลัย จากมหา’ลัยไปที่ทำงาน จากประเทศไทยไปต่างประเทศ จากต่างประเทศกลับมาไทย พอย้อนกลับไปดูแล้ว ช่วงเวลาก่อนจะจากลานี่มันน่าใจหายจริงๆ นั่นแหละ มันจะเป็นความรู้สึกหน่วงๆ เหมือนมีอะไรมาถ่วงข้างในจิตใจ

แต่พอมองย้อนกลับไป ก็จะเห็นว่าทุกครั้งเราเอาตัวรอดมาได้ เพราะสังคมใหม่จะคอยหล่อหลอมเราให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับมันเสมอ

ยิ่งจากลากันบ่อยๆ ก็จะยิ่งมีภูมิต้านทาน ว่าการจากลาครั้งต่อไป แม้จะเจ็บ แต่รอยโหวงในใจก็จะถูกทยอยเติมเต็มโดยสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ในที่สุด

สุดท้ายแล้ว แม้ว่าประเด็นใน Leah on The Offbeat จะมีความเป็น generalist มากกว่าใน Simon…  ไม่ได้เฉพาะเจาะจงและแปลกใหม่เท่า แต่ก็ถือว่ามีประเด็นการเปลี่ยนผ่านของความเป็นวัยรุ่นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญคือหลายๆ มุมมองถูกเล่าผ่านสายตาของสาวขวางโลกอย่างลีอาห์ ทำให้การอ่านหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยความสนุกที่ได้เสพอารมณ์ขันติดตลกร้ายของเธอ อย่างน้อยๆ เราเชื่อว่าใครก็ตามที่อ่านต้องมีอุทานในใจว่า ‘คิดเหมือนกันเลย’ สักช่วงแหละ 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: