รีวิว My Neighbor Totoro (1988): ความสดใส ความใคร่รู้ และความรื่นเริงของวัยเยาว์

Totoro หรือโทโทโร่ เป็นตัวการ์ตูนที่หลายคนน่าจะรู้จักมักจี่กันดีพอสมควร นี่คือหนึ่งในอนิเมชั่นที่โดดเด่นของ Studio Ghibli ถึงขั้นนำโทโทโร่มาเป็นมาสค็อตค่ายเลย สำหรับอนิเมชั่นที่เป็นภาพยนตร์ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งนี้ฉายตั้งแต่ปี 1988 หรือประมาณ 30 ปีก่อน แต่เมื่อหยิบกลับมาดูในวันนี้ก็ไม่รู้สึกว่ามันเก่าเลย

My Neighbor Totoro กำกับโดย Hayao Miyazaki เรื่องนี้ เล่าเรื่องช่วงปี 1958 ของครอบครัวหนึ่งมีคุณพ่อ และเด็กหญิงสองคน คนโตชื่อซัทสึกิ (Noriko Hidaka) คนเล็กชื่อเม (Chika Sakamoto) พวกเขาเพิ่งย้ายบ้านไปยังชนบทเพื่อให้ได้ใกล้แม่ของทั้งคู่ตอนนี้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งห่างจากบ้านพวกเขาไปประมาณ 3 ชั่วโมง บ้านที่พวกเขาไปอยู่นั้นแวบแรกดูเหมือนบ้านผีสิง เพราะทั้งทรุดโทรมทั้งผุกร่อน ลมพัดทีก็หวั่นว่าจะปลิวเอา นอกจากนี้ ในป่าลึกใกล้ๆ บ้าน เด็กหญิงทั้งคู่ยังได้เจอโทโทโร่ สัตว์วิเศษที่คุ้มครองป่าอีก พวกเขาได้เป็นเพื่อนกัน และทำให้เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์มากมาย

01.jpg

เมื่อดูเผินๆ แล้ว อนิเมชั่นเรื่องนี้เหมือนจะเรียบง่ายและไม่มีอะไรมาก ซึ่งถ้าดูแบบไม่คิดอะไร มันก็ธรรมดาๆ จริงๆ นั่นละสำหรับเรา เป็นอนิเมชั่นที่เด็กๆ ดูได้ และผู้ใหญ่ก็สามารถหยิบมาดูคลาดเครียดได้เหมือนกัน เหตุผลหลักๆ คือความสดใสของเด็กๆ ทั้งเมและซัทสึกิ ที่ยังอายุน้อยมากๆ ทำให้ทั้งคู่กล้าที่จะลองนู่นลองนี่ มีความอยากรู้อยากเห็น ไม่เกรงกลัวภูตผีปีศาจ มันคือความไร้เดียงสาที่เราทุกคนเคยมีเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ก่อนจะถูกประสบการณ์และชีวิตแต้มสีให้เริ่มมีมุมมองและความรู้สึกต่อสิ่งนู้นสิ่งนี้ ดังนั้นการได้ดูสองพี่น้องผจญภัยและเล่นตามประสาเด็กๆ มันก็เหมือนย้อนวัยเราเหมือนกันนะ ดูๆ ไปแล้วก็อิจฉาเด็กๆ เหมือนกัน ที่ไม่มีความกลัวมาขวางกั้นในการทำสิ่งต่างๆ

ซัทสึกิเป็นพี่สาวที่โตขึ้นมาหน่อย เนื่องจากแม่เข้าโรงพยาบาล และพ่อก็ต้องทำงาน เธอจึงต้องรับหน้าที่ดูแลน้องสาว จึงจะเห็นได้ว่าเธอค่อนข้างมีความเป็นผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะ ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกตัวเองได้ ไม่เหมือนเมที่ยังอายุแค่ 4 ชวบ ยังร้องไห้กระจองอแงเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ อีกทั้งยังมีความอยากรู้อยากเห็นที่มากกว่า ชนิดที่ไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ เลย

03.jpg

เด็กอีกคนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นวัยเด็กได้ชัดคือคันตะ เด็กชายร่วมรุ่นกับซัทสึกิ เมื่อเขาเจอซัทสึกิแวบแรก เราก็รู้เลยว่าเขาชอบเด็กหญิงแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากยอมรับตรงๆ เพราะกลัวเสียฟอร์ม เลยเริ่มต้นด้วยการแกล้งเด็กหญิงก่อน เข้าทำนองชอบใครให้แกล้ง แต่พักหลังๆ เขาก็เริ่มทำตัวดีขึ้น มีใจดีให้ยืมร่มบ้าง เดินเป็นเพื่อนบ้าง ดูแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้กับการสปาร์กเล็กๆ ในวัยเด็ก

สำหรับเจ้าโทโทโรนั้น แม้ว่าจะเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อหนัง แต่ซีนที่โทโทโร่ออกโรงนั้นก็ไม่ได้มีบ่อย เมื่อเทียบกับเด็กหญิงทั้งสองแล้ว รายหลังถือเป็นตัวละครหลักไปเลย โทโทโร่ในความคิดเราจึงเปรียบเสมือนเพื่อนในจินตนาการของเด็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่ก็คอยมาเยี่ยมเรื่อยๆ และให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็กๆ ต้องการ บุคลิกของโทโทโรนั้นน่ารักน่าเอ็นดู แม้จะไม่มีภาษาพูด แต่สีหน้าท่าทางและบุคลิกก็สื่อชัดเจนหมดเลยว่าตอนนั้นโทโทโรรู้สึกอย่างไร

การมีอยู่ของโทโทโรและผองเพื่อนนั้นทำให้โทนของหนังซอฟต์ลงเยอะมาก ถ้าตัดโทโทโร่ออกไป ก็จะเหลือแค่เด็กหญิงสองคนกับชีวิตธรรมดาๆ ในชนบท แถมยังต้องเจอกับสถานการณ์ที่แม่ป่วยอยู่โรงพยาบาล พอได้ยินข่าวเกี่ยวกับแม่ที เด็กๆ ก็จะกังวลที ถึงขั้นน้องเล็กอยากพุ่งตัวไปหาแม่ที่โรงพยาบาลเองเลย ถ้าหนังไม่ได้ใส่จินตนาการเหนือจริงอย่างโทโทเร่เข้ามาหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เด็กๆ หนังก็คงจะจืดชืดและค่อนไปทางน่าสงสารเด็กๆ มากกว่า

04.jpg

โดยรวมแล้ว My Neighbor Totoro เป็นหนังที่เด็กดูได้แบบเพลินๆ ส่วนผู้ใหญ่ที่อยากหาอะไรสบายๆ คลายเครียด เหมือนได้ย้อนกลับไปวัยเด็ก ก็สามารถดูได้เช่นกัน จะทำให้นึกถึงความสดใสวัยเยาว์ของวัยเด็ก ที่ตอนนั้นยังไม่มีอะไรมาแปดเปื้อนเลย

One thought on “รีวิว My Neighbor Totoro (1988): ความสดใส ความใคร่รู้ และความรื่นเริงของวัยเยาว์

Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: