รีวิว Glass Sword (2016): จากการกบฏ…สู่สงครามข้ามเผ่าพันธุ์

หลังจากอ่าน Red Queen โดย Victoria Aveyard จบ ยอมรับเลยว่าประทับใจมากจนอดไม่ได้ที่จะหา Glass Sword นิยายเล่มต่อมาอ่าน เพราะเล่มแรกมีความเข้มข้น สนุก และตอนจบที่ทิ้งค้างไว้ให้ชวนติดตามต่อ เราจึงค่อนข้างคาดหวังกับ Glass Sword เป็นพิเศษ

.

.

มีสปอยล์เนื้อหาหลักของ Red Queen และ Glass Sword

.

.

Glass Sword นั้นเริ่มเรื่องต่อเนื่องมาจาก Red Queen ซึ่งแมร์และคาลได้รับการช่วยเหลือจาก Scarlet Guard ให้หลบหนีออกมาจากการจับกุมของมาเวนที่กลายเป็นกษัตริย์ผู้โหดเหี้ยมไปแล้ว ภารกิจต่อไปของแมร์คือการตามหาคนที่เป็น new blood สายพันธุ์ใหม่แบบเธอ คนที่เกิดมาเป็น Red แต่มีพลังแบบ Silver ซึ่งอยู่ในรายชื่อของจูเลียนที่เคยให้เธอไว้ แมร์ต้องรีบตามหาพวกเขาให้ได้มากที่สุด ก่อนที่มาเวนจะตามเก็บพวกเขาทีละคนๆ และไม่มีหลงเหลือไว้ให้แมร์สร้างความเปลี่ยนแปลงกับสังคมแบ่งชนชั้นนี้

น่าเสียดายที่ในความรู้สึกเรานั้น Glass Sword เทียบเท่า Red Queen ไม่ได้เลย

มองภาพรวมๆ คือ Red Queen สนุกกว่ามาก ชวนให้ติดตามในทุกๆ บท แต่ Glass Sword นี่ไม่ใช่เลย อ่านไปได้สักพักจะเริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมเรื่องมันช้าขนาดนี้อะ เล่มที่แล้วปูไว้ดีมาก แต่พอมาเล่มนี้การดำเนินเรื่องแทบจะไม่ไปไหนเลย อ่านไปเรื่อยๆ จนจะครึ่งเรื่องก็อยู่ที่เดิม จังหวะในการเล่าเรื่องนั้นยืดกว่าเดิมมากๆ อย่างน่าใจหาย ปมประเด็นขัดแย้งหรือจุดพลิกผันก็ไม่ค่อยมี เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ ในแบบที่เราคาดเดาได้

หนังสือเกือบทั้งเล่มจะโฟกัสอยู่แค่การตามหา New Blood เดี๋ยวไปเมืองนู้นทีเมืองนี้ที เจอคนใหม่บ้าง เจอคนที่ตายไปแล้วบ้าง ซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ ไม่มีเหตุการณ์อะไรใหม่ๆ ให้ลุ้นเท่าไร มันเป็นแพตเทิร์นเดิมๆ จนน่าเบื่อ เหมือนไม่มีอะไรใหม่แล้ว จนกระทั่งถึงตอนที่เจอคาเมรอน ตัวละครใหม่นั่นละ ทำให้รู้สึกว่าเรื่องเริ่มเดินบ้างนิดนึง แบบนิดนึงจริงๆ

ที่พีคกว่านั้นคือ นอกจากหนังสือจะเล่าเรื่องที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังไม่เล่าเรื่องของสิ่งที่จำเป็นด้วย บางเหตุการณณ์สำคัญมากๆ แต่หนังสือเลือกที่จะไม่บรรยาย ใช้วิธีวาร์ปเหตุการณ์แล้วสรุปออกมาแทน ที่เห็นชัดๆ เลยก็คือตอนที่บอกว่าราชินีเอลาร่าตายแล้ว ความคิดเราตอนที่อ่านประโยคนี้คือ…ตายตอนไหนวะ นี่เราอ่านพลาดจุดไหนไปรึเปล่า พยายามพลิกหน้ากลับไปดู ก็ไม่เห็นฉากที่เขาอธิบายเลยว่าเอลาร่าตายได้ยังไง คือแบบ…นี่มันทำเป็นจุดไคลแม็กซ์ได้เลยนะ แต่คนเขียนกลับข้ามอะ อะไรกันเนี่ย มัวแต่ไปบรรยายอะไรก็ไม่รู้

ตัวละครรองเยอะมาก จำรายละเอียดไม่หมด ตัวละครหลักมีความเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย

และด้วยความที่เล่มนี้เน้นไปที่การตามหา New Blood เพื่อสร้างกองทัพของตัวเอง จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ตัวละครจะเริ่มจำนวนขึ้นเยอะมาก… สมาชิก New Blood ทยอยมาไม่หยุด แต่ละคนก็มีความสามารถพิเศษต่างกันไป ประเด็นคือ มันเยอะมากๆ จนเราจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร ใครเก่งด้านอะไร เว้นแต่ว่าเป็น New Blood คนแรกๆ ที่เจอ และผู้เขียนบรรยายการค้นหาไว้ซะยืดยาว… ในภาพรวมคือเราไม่ค่อยรู้สึกผูกพันกับ New Blood คนใหม่ๆ ในเล่มนี้เท่าไร เหมือนมาแล้วก็ไป บางคนที่ตายไปก็รู้สึกเฉยๆ ทั้งที่จริงๆ เราก็ควรจะเศร้าตาม แต่มันแทบไม่มีเวลาให้เราได้ทำความรู้จักพวกเขาเท่าไร ถ้าให้เล่าทีละคน เนื้อเรื่องคงยืดกว่านี้แน่นอน

ในฝั่งของตัวละครหลัก แมร์ยังคงคอนเซ็ปต์คิดเยอะเหมือนเดิม เล่มนี้เหมือนจะเยอะขึ้นด้วยเพราะเจอสถานการณ์ที่กดดันขึ้นกว่าเดิมอีก เล่มนี้เริ่มรู้สึกว่าบทบรรยายอารมณ์ความรู้สึกของเธอค่อนข้างน่าเบื่อ ไม่ได้มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจเท่าไร แทบจะอยากข้ามไปอ่านบทบรรยายเนื้อเรื่องจริงๆ เลยมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของแมร์ ที่เริ่มบ้าอำนาจมากขึ้น เริ่มใช้อำนาจไปในทางที่ตอนแรกตัวเองไม่เห็นด้วย เช่น การฆ่าคนทั้งที่อีกฝ่ายยอมแพ้แล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เหมือนจะมีต้นเหตุมาจากความแค้นและความโกรธนั่นละ มันสะสมมาตั้งแต่เล่มก่อนแล้ว มาเล่มนี้พอได้หลุดออกจากวัง ได้นำทีมบุกตะลุย แมร์เลยโชว์พาวได้เต็มที่กว่าเดิม และในหลายๆ ครั้ง ก็ดูเหมือนเธอจะถือตัวว่าเป็นคนสำคัญ ยึดเป้าหมายตัวเองเป็นหลักโดยไม่สนใจคนอื่น ซึ่งจะมองว่าน่ารำคาญก็ได้ จะมองว่าแข็งแกร่งก็ได้ คือคนเขียนคงอยากให้รู้สึกว่านางเอกแกร่งขึ้นแล้วหลังจากเจอนู่นนี่นั่นมา แต่บางทีนางก็แข็งเกินไป

ทางด้านคาล ผู้ที่ดูมีแนวโน้มเป็นพระเอกมากที่สุด ในเล่มนี้ยังคงคีพคาแรคเตอร์ไว้ได้ดี แถมยังได้คะแนนคนอ่านตรงที่เป็นเจ้าชายเลือดเงินแต่มาร่วมกองกำลังชาว Red นี่แหละ ก็หวังว่าคาลจะไม่ทรยศกันนะ แอบกลัวอยู่ เพราะเรื่องนี้ทรยศกันเป็นว่าเล่น ความสัมพันธ์ระหว่างคาลกับแมร์ก็เหมือนจะพัฒนาไปนิดนึง แต่ไม่มากเท่าไร ฉากสวีตหวานก็ไม่ค่อยมี เล่มที่แล้วยังมีเยอะกว่า เล่มนี้จะเน้นการพูดคุยไม่ก็ปะทะอารมณ์กัน

ฝั่งคิลอร์น เพื่อนสนิทหนุ่มของแมร์ เล่มนี้ดูโตขึ้นกว่าเล่มก่อนนิดนึง คงเพราะเผชิญสถานการณ์หลายๆ อย่างมามาก ทำให้ดูเป็นนักสู้มากขึ้น ดูสุขุมมากขึ้น แต่ก็ยังมีมุมเด็กๆ ทะเลาะกับแมร์อยู่บ้าง เล่มนี้ความสัมพันธ์ของแมร์กับคิลอร์นก็ออกแนวลิ้นกับฟัน เดี๋ยวดีกันเดี๋ยวตีกัน ที่มีเซอร์ไพรส์นิดนึง (จริงๆ ก็ไม่ผิดคาดเท่าไร) คือ คิลอร์นสารภาพรักกับแมร์ น่าเสียดายว่าตรงนี้หนังสือไม่ได้ขยี้เท่าที่ควร เหมือนจู่ๆ คิดจะปล่อยก็ปล่อย พอปล่อยเสร็จก็ไม่สานต่อ ต่างฝ่ายต่างไปวุ่นกับสิ่งอื่นต่อ ก็เข้าใจแหละว่าเรื่องนี้ไม่เน้นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่ไหนๆ ปล่อยมาแล้วก็อยากให้ไปสุดสักหน่อย

คนสุดท้าย มาเวน จริงๆ เล่มนี้เราแอบหวังว่าจะเจอมาเวนบ่อยๆ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะได้ยินแต่ชื่อ แทบจะไม่โผล่หน้ามาเลย คงต้องไปลุ้นกับเล่มหน้าว่าจะเจอกันมากขึ้นไหม (เล่มหน้าชื่อ King’s Cage คำว่า King ที่ใช้น่าจะหมายถึงมาเวน) เอาเป็นว่าเล่มนี้แฟนคลับมาเวนเศร้าใจกันไป

อ้อ เล่มนี้มีอีกตัวละครที่สำคัญมากๆ ซึ่งเล่มที่แล้วไม่ปรากฏกายมา ก็คือ เชด พี่ชายคนที่ 3 ของแมร์ที่เราคิดว่าตายไปแล้ว แท้จริงพี่แกประจำอยู่ที่ Scarlet Guard นี่ละ เล่มนี้เราชอบตรงที่แมร์กับเชดได้มาเจอกันอีกครั้ง ได้ร่วมสู้ไปด้วยกัน กรุ่นกลิ่นอายความรักพี่น้องดี อบอุ่นท่ามกลางดงสมรภูมิ ตอนสุดท้ายเราเลยเฮิร์ตอยู่เหมือนกันที่เชดตาย และนี่เป็นซีนที่ทำให้เราอินกับความเศร้าของแมร์ที่ต้องสูญเสียพี่ชาย คราวนี้ไปไม่กลับจริงๆ

จุดเด่นอยู่ที่ฉากไล่ล่า + ความบู๊

ถามว่า เล่มนี้ยังพอมีจุดเด่น หรือ ข้อดีตรงไหนไหม สำหรับเรา ก็คงจะเป็นฉากบู๊ไล่ล่า แอ็กชั่นที่มีมากขึ้น มากกว่าเล่มที่แล้วสุดๆ ถ้าใครชอบอ่านแนวนี้ ก็น่าจะถูกใจเล่มนี้อยู่นะเราว่า เพราะจัดเต็มตั้งแต่ต้นเล่มยันท้ายเล่มเลย

โดยรวมแล้ว Glass Sword ยังทำได้ไม่ดีเท่า Red Queen โดยจุดหลักๆ ที่เรารู้สึกคือการดำเนินเรื่องที่ช้าลงมากๆ กับจุดขัดแย้งและปมประเด็นต่างๆ ก็ไม่เข้มข้นเท่า Red Queen คือเดาได้อะว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปทางไหน ไม่มีจุดไหนที่ต้องลุ้นหรือเดา หักมุมก็ไม่มี ค่อนข้างจืดเมื่อเทียบกับ Red Queen เริ่มกลัวละว่าเล่มหน้าจะเป็นยังไง 5555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: