สรุปหนังสือ SEO 100: 100 กลวิธีก่อร่างสร้างเว็บไซต์ให้ติดลมบน

ด้วยความที่งานเราเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ SEO จึงเป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญมาก การที่เว็บเพจเราติด SEO หน้าแรกนี่เป็นอะไรที่ทั้งมีประโยชน์และดีต่อใจ สำหรับหนังสือ SEO 100 โดย คุณโจ อนุชา ลีวรกุล นี่เราเพิ่งมีโอกาสได้อ่านหลังจากเล็งๆ มานาน รู้สึกว่าน่าสนใจดีสำหรับมือใหม่อย่างเรา เลยอยากสรุปออกมาอีกที แม้ว่าจริงๆ แล้วเนื้อหาจะสั้นกระชับอยู่แล้วก็ตาม

1. สร้างเว็บแล้ว อย่าลืมทำการตลาดด้วย เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะไม่มีคนเข้ามาหา

2. ถ้าอยากทำ SEO ให้ได้ผล ต้องเข้าใจว่า Google ต้องการอะไร

3. จงหาคำตอบให้ได้ว่า เรามอบคุณประโยชน์และคุณค่าอะไรให้กับ Google บ้าง ข้อมูลของเราดีพอไหม?

4. Google ใช้อัลกอริธึมในการปรับเปลี่ยนอันดับของเว็บเพจตลอดเวลา

5. ถ้าเว็บคือโครงกระดูก คอนเทนต์ก็คือเนื้อหนัง ทำเว็บแล้วอย่าลืมทำเนื้อหาให้มีคุณภาพด้วย

6. โดเมนเนม ควรสั้น กระชับ ได้ใจความ แบรนด์สำคัญกว่าคีย์เวิร์ด

7. หาคำตอบให้ได้ว่าสร้างเว็บมาเพื่ออะไร แล้วดูว่าเราได้ให้คำตอบที่ชัดเจนไหม

8. Credit, Content, Crawlability คือหัวใจหลักของ SEO โดยอันแรกสำคัญสุด

9. AI ที่ชื่อ Rankbrain จะทำให้การจัดอันดับอิงกับพฤติกรรมของมนุษย์มากขึ้น

(คั่น: ถ้าอยากรู้ว่าคนเข้ามาดูเว็บเราเยอะแค่ไหน ดูนานเท่าไร ให้ดูใน Google Search Console: Search Queries และ Google Analytics: Behavior)

10. เว็บควรเป็นแบบ Responsive คือแสดงผลได้ไม่ว่าจะอยู่บนอุปกรณ์ไหน เช็กได้ที่ quirktools.com/screenfly

11. คู่แข่งเราคือ 10 เว็บแรกที่ติดอยู่บนหน้าแรก ถ้าชนะพวกเขา ก็ถือว่าชนะเว็บอีกหลายๆ เว็บในหน้าอื่น

12.  แต่ละเพจควรสื่อสารชัดเจน ใช้คีย์เวิร์ดที่ชัดเจน

13. อย่ายัดทุกอย่างไว้ในหน้าเดียวกัน ให้แบ่งแต่ละจุดประสงค์ออกเป็นหลายๆ หน้า

14. เว็บที่อยู่อันดับ 1 หากไม่มีคนคลิก จะร่วงเร็วกว่าเว็บที่อยู่อันดับ 10 ที่ไม่มีคนคลิก

15. ทำให้ภาพติดอันดับได้ด้วยกันใส่ alt text และเปลี่ยนชื่อไฟล์ให้ตรงประเด็น ไม่ใช่ภาพติดลายน้ำหรือลิขสิทธิ์

16. อย่าลืมใส่ Snippet ให้ครบ ประกอบไปด้วย Title, Description, URL

17. เช็กว่า Snippet เป็นอย่างไรได้ที่ www.seomofo.com/snippet-optimizer.html หรือพิมพ์บน google ว่า site: [domain name]

18. ปรับ meta tag ให้น่าคลิกว่าเดิม ก็เพิ่มยอดคลิกเข้าชมได้ ลองดูได้ใน google search console

19. ใช้ seomofo.com ในการเช็กว่าหน้าไหนลืมใส่ meta tag

20. URL ถ้าเป็นภาษาไทยก็จะเข้าถึงคนไทยได้มากกว่า แต่ถ้ามีเป็นอังกฤษอยู่แล้ว และเว็บไม่เดือดร้อนอะไร ก็ไม่ต้องเปลี่ยน

21. URL ยิ่งสั้นยิ่งดี คนจะค้นหาได้ง่ายขึ้น

22. เว็บส่วนใหญ่ที่สำเร็จคือเว็บที่โฟกัสแค่เรื่องเดียว ไม่จับฉ่าย

23. แม้จะจดโดเมนเนมแล้ว แต่ถ้าไม่มีคนเข้ามาเลย ก็สูญเปล่า

24. จะเป็น .com .co.th หรืออะไรก็ได้ กูเกิลไม่ซีเรียส สำคัญตรงชื่อมากกว่า

25. ยิ่งทำ SEO ได้อย่างเป็นธรรมชาติเท่าไร ยิ่งเป็นผู้ชนะ

26. อย่าทำเว็บไซต์ให้ออกมาซับซ้อน

27. ดีไซน์เว็บให้ออกมาดูง่ายๆ ที่สุด คิดว่าอะไรดีสุดสำหรับทุกคน

28. 5 ขั้นตอนของการทำ SEO คือ 1. หาคีย์เวิร์ด 2. จับคู่คีย์เวิร์ดกับเว็บเพจที่มีเนื้อหาสอดคล้อง 3. ปรับเว็บเพจและสร้างเนื้อหา 4. สร้าง external & internal links 5. วัดผลเพื่อแก้ไข จากนั้นก็วนกลับ

29. หากสร้างเว็บกับบริการฟรีอย่าง wordpress หรือ wix กูเกิลจะไม่เชื่อถือ ทางที่ดีหากอยากทำจริงจังให้จดโดเมนเนมเลย

30. กูเกิลชอบเนื้อหาที่มี text, tag ครบ, เนื้อหาน่าแชร์ น่ากล่าวถึง, เนื้อหาสดใหม่, เนื้อหาอัปเดตถี่ๆ, ใช้ header & sub-header, เนื้อหาตอบโจทย์คีย์เวิร์ด, ความยาว 1,000 คำขึ้นไป และ มีลิงค์อ้างอิงเว็บอื่นๆ บ้าง

31. Above The Fold คือพื้นที่ของเว็บที่ผู้เข้าจะเห็นเป็นอย่างแรกโดยไม่ต้องเลื่อนลงมา พยายามทำตรงนี้ให้ดึงดูดที่สุด

32. Google อ่านภาพไม่ได้ ควรใส่ Alt Text ทุกครั้ง

33. ไม่ควรโฟกัสแค่คีย์เวิร์ดไม่กี่ตัว แต่ควรโฟกัสคีย์เวิร์ดเป็นกลุ่ม แล้วทำเนื้อหาให้ครอบคลุม

34. Organic Search ย่อมมีคนคลิกมากกว่า Paid Search หรือโฆษณาที่อยู่แถบบนๆ

35. Meta Data จำพวก Rating, ราคา จะยิ่งเพิ่มยอดคลิก

36. จัดโปรโมชั่นบ้าง เพื่อดึงคนเข้ามา

37. ต้องการจะสื่อสารอะไร จงมั่นใจว่าแสดงให้เห็นชัดเจน

38. ยิ่งเนื้อหาและหัวเรื่องเฉพาะเจาะจงเท่าไร traffic ก็ยิ่งมากขึ้น

39. H1 H2 H3 ทำให้เนื้อหามีคุณภาพมากขึ้น พยายามคั่นเนื้อหาด้วยการทำ Heading ในหัวข้อที่คิดว่าคนน่าจะสงสัย

40. อย่าให้คนงงเวลาเข้าเว็บเรามา อย่าให้คนสับสนว่าจะคลิกอะไรก่อนดี อย่าให้คนสงสัยว่าจะติดต่อยังไง อย่าใช้คำซับซ้อน และอย่าใช้ภาพที่ไม่บอกความหมายอะไร

41. ยิ่งมีลิ้งก์ให้คลิกน้อยเท่าไรยิ่งดี เพราะทำให้คนเข้ามาดูรู้สึกว่าชัดเจนว่าควรคลิกตรงไหน

42. เนื้อหาควรมีเสียง มีสำนวนเป็นของตัวเอง เพิ่มความเป็นมนุษย์ ที่มีความคิดเห็น มีอารมณ์

43. ควรอัปเดตเนื้อหาในเว็บบ่อยๆ เพราะกูเกิ้ลไม่ชอบเนื้อหาเก่าๆ

44. หาก URL ไหนไม่ใช้แล้ว และเปลี่ยนไปใช้อันใหม่ ควรทำ Redirect 301

45. หน้าหายๆ หลายหน้าควรทำเพจ 404 Not Found ให้ออกมามีดีไซน์ อาจจะดึงกลับเข้า homepage ก็ได้

46. Paid หรือ Non-Paid ต่างก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ ถ้าเนื้อหามีประโยชน์ก็ได้คะแนนดี

47. Backlink จากเว็บอื่นๆ ที่มีคุณภาพเหมือนกันจะช่วยเพิ่มอันดับ ไม่มีใครอันดับตกจากการให้ลิ้งก์คนอื่น

48. ดูว่ากูเกิ้ลแสดงหน้าเว็บเราแบบไหนผ่านคำสั่ง site:[domain name] และถ้าอยากรู้ว่ากูเกิ้ลแสดงเว็บเราสำหรับแต่ละคีย์เวิร์ดยังไง ให้ใช้คำสั่ง [keyword] site:[domain name]

49. ลงทะเบียนธุรกิจของคุณผ่าน google local business เพื่อที่ว่าพอเสิร์ชชื่อแบรนด์เรา ก็จะขึ้นเป็นกล่องข้อมูลด้านขวามือ

50. การมี traffic จากช่องทางอื่นเข้ามาเยอะ มีผลกับอันดับมากๆ

51. พัฒนาอันดับของคีย์เวิร์ดที่เราอยู่หน้า 2-10 นั้นง่ายกว่าการไปโฟกัสที่คีย์เวิร์ดใหม่

52. เริ่มทำ SEO จากคีย์เวิร์ดง่ายๆ ก่อน คีย์เวิร์ดกว้างๆ ใหญ่ๆ อาจยากไป หากลองหากลุ่มคำที่เกี่ยวข้อง ลองหาได้ใน google keyword planner ใช้ seo competitor software ดูว่าเว็บคู่แข่งมีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง

53. รายงาน google ทันทีถ้าเจอเว็บอื่นก๊อปเนื้อหาเราไป คลิกที่ www.google.com/webmasters/tools/dmca-notice

54. หากอันดับหล่น อาจมาจากสาเหตุ 1) เว็บพัง 2) ไม่อัปเดตเนื้อหา 3) ลิ้งก์เปลี่ยน 4) อัลกอริธึมกูเกิลเปลี่ยน 5) CTR% ต่ำลง

55. อย่าจ้างฟรีแลนซ์ที่คุณไม่เคยรู้จักหรือเห็นผลงานเลยมาช่วยทำเว็บ โอกาสทิ้งงานมีสูงมาก

56. หน้าเว็บควรโหลดไม่เกิน 10 วินาที ตรวจได้ที่ webpagetest.org และดูภาพรวมความเร็วได้ที่ developers.google.com/speed

57. อย่าใช้ฟ้อนท์เล็กๆ คนสมัยนี้เค้าไม่อ่านละเอียดกันแล้ว ควรใช้ฟ้อนท์ใหญ่ที่เตะตา

58. google ไม่สนใจความหนาแน่นของคีย์เวิร์ดในบทความแล้ว จะสนใจว่าบทความตอบคำถามหรือไม่

59. เว็บไหนให้คำตอบดีที่สุด เว็บนั้นชนะ บางทีเราไม่ต้องทำเนื้อหาใหม่ แค่เปลี่ยนสไตล์การนำเสนอก็ช่วยได้

60. เพจเฟซบุ๊ก รวมถึงทุกอย่างที่มี url ชัดเจน ล้วนทำ seo ได้ทั้งนั้น

61. อัลกอริธึมของกูเกิลเปลี่ยนตลอดเวลา เช็กได้ที่ moz.com/google-algorithm-change

62. ควรใช้ sitemap หรือหน้าสารบัญ หากเว็บมีความซับซ้อน ไม่ก็ทำ sitemap เป็นไฟล์ xml ด้วย sitemap generator แล้วส่งให้ google search console เพื่อให้กูเกิลเข้าใจเว็บมากขึ้น

63. การที่แบรนด์แข็งแกร่งนั้นจะช่วยป้องกันตัวได้จากการเปลี่ยนอัลกอรึธึม เพราะกูเกิลเห็นว่าแบรนด์มักจะมีความน่าเชื่อถือกว่า

64. ASO (App Store optimisation) คือการทำ SEO กับแอปฯ วัดอันดับกันบน App Store หรือ google play

65. คุณไม่สามารถสร้างชุมชนออนไลน์ได้ เพราะชุมชนมันมีอยู่แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือสร้างพื้นที่ให้ชุมชนเหล่านั้นมาใช้งาน

66. ควรนึกภาพลูกค้าของเราให้ออกว่าเป็นใคร มีโปรไฟล์อย่างไร มักจะเสิร์ชหาเราด้วยคำว่าอะไร

67. บางทีกูเกิลก็บอกไม่หมด เพราะกูเกิลคงอยากให้เราพัฒนาเนื้อหาให้มีคุณภาพ แทนที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรรู้กฏต่างๆ ไว้ ดูได้ที่ support.google.com/webmasters หรือ googlewebmastercentral.blogspot.com

68. แม้การมีลิ้งก์เว็บไปปรากฏบนโซเชียล ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยในการที่กูเกิลนำมาคิดเพื่อจัดอันดับ แต่ถ้ามีเยอะๆ ก็อาจจะส่งผลได้เหมือนกัน

69. บ้านเรากฏหมายเนื้อหายังไม่เข้มเท่าเมืองนอก แต่ถ้าเริ่มจริงจังเมื่อไรจะมีโดนกันหลายราย เช็กได้ว่าเราทำผิดอยู่หรือไม่ที่ www.it24hrs.com/2015/question-copyright-online/

70. กูเกิลจะคิดว่า sub domain เป็นเว็บใหม่ (sub.domain.com) ถ้าจะเปิดหน้าแยก ใช้ sub directory (domain.com/sub) ดีกว่า

71. ใช้ CMS (Content Management System) เช่น WordPress ในการสร้างเว็บก็ได้ เพราะง่ายต่อการจัดการ

72. สัดส่วน Seasonal & Evergreen Content ควรจะเป็น 30/70 เพราะ Seasonal ได้คนเยอะในระยะเวลาสั้นๆ แต่จะไม่ติด SEO ระยะยาว ขณะที่ Evergreen จะเก็บกินได้นานกว่าแม้จะช้า

73. ให้ความสำคัญกับหัวข้อเรื่อง ถ้าอยากได้ยอดคลิก ก็ต้องทำหัวเรื่องให้กระตุ้นอารมณ์ แต่ถ้าอยากขายของ หัวเรื่องต้องตรงประเด็น ตรงคีย์เวิร์ด

74. รู้ภาษา HTML ไว้บ้างก็ดี อย่างน้อยในเบื้องต้น

75. พยายามทำประโยคแรกๆ ของบทความให้น่าสนใจ เพราะถ้าน่าเบื่อ คนก็จะไม่อ่านต่อ

76. นอกจากรูปภาพแล้ว กูเกิลยังมองไม่เห็น underscore และ stop word เช่น a b c a an and the ฉะนั้นเวลาทำ URL อย่าใส่อะไรพวกนี้ เพราะจะทำให้ยาวโดยใช่เหตุ ดูลิสต์คำได้ที่ www.link-assistant.com/seo-stop-words.html

77. ควรใช้ google analytics เพื่อดูการเคลื่อนไหวของผู้เยี่ยมชมเพจเรา เราจะได้รู้ว่าควรปรับปรุงตรงไหน ควรเน้นตรงไหนให้ยอดพุ่งขึ้น

78 ตอนนี้ google แทบไม่ใช้ PageRank ซึ่งเป็นระบบให้คะแนนเว็บเพจแล้ว เพราะมีกลไกใหม่ๆ มามากขึ้น

79. หาสิ่งที่เราสงสัย อยากรู้ ให้เจอก่อนจะเริ่มทำบล็อกหรือทำเว็บ เพราะถ้าทำเพราะเงิน ก็จะอยู่ได้ไม่นาน ให้ทำเพราะความชอบดีกว่า

80. การทำ A/B Testing จะช่วยให้เพิ่มยอดขายได้

81. ไม่ควรใช้คีย์เวิร์ดสั้นๆ ครอบจักรวาล เพราะนอกจากจะแข่งยากแล้ว ยังไม่บอกเจตนาผู้ใช้ ควรใช้คีย์เวิร์ดยาวๆ ดีกว่า

82. เว็บเพจหน้า Thank you สามารถมีลูกเล่นได้ เช่น cross-promo

83. คุณภาพสำคัญกว่าจำนวน ถ้ามีเนื้อหาหลายหน้าที่คล้ายๆ กัน ก็ควรรวมเป็นอันเดียว

84. ติดตั้ง google tag manager เพื่อใช้ติดต่อกับ tracking script ทั้งหมด

85. ร้านค้าสามารถเปิดเว็บกับบริการอย่าง Lnwshop หรือ weloveshopping ได้ สะดวกดี แต่ถ้าทำจริงจัง มีเว็บก็ดีกว่า เพราะปรับแต่งได้เยอะ แต่ก็ต้องคอยระวังไม่ให้เว็บล่มเช่นกัน

86. สามารถทำลิ้งก์ภายในเว็บเราเองได้เช่นกัน ตรวจลิ้งก์ในเว็บเราเองได้ที่ https://support.google.com/webmasters/answers/138752?hl=en

87. ใช้ similarweb เพื่อส่องว่า traffic เว็บอื่นๆ เป็นยังไง

88. ตั้ง KPI ให้ชัดเจน ว่าอยากได้อะไร อยากได้ traffic หรือ ผู้ซื้อ ฯลฯ

89. ควรมีนักเขียนเก่งๆ ประจำเว็บ เพราะทุกเนื้อหาต้องการการเขียน

90. ลองไปดูว่า 10 เว็บแรกที่ติดอันดับ เค้าได้ backlink ดีๆ มาจากไหน ลองใช้ SEO Spyglass หรือ ahrefs.com

91. ควรทำ Local SEO เพื่อที่ว่าคนเสิร์ชพื้นที่ใกล้เคียงกับธุรกิจเราจะได้เจอเรา

92. ควรปักหมุดธุรกิจคุณไว้บน google maps ด้วย

93. แม้คนจะไม่ชอบอ่านยาวๆ แต่บทความยาวๆ นั้นดีต่อ SEO และคนแชร์ต่อเยอะด้วย ดู Buzzsumo ได้ว่าเนื้อหาแบบไหนถูกแชร์เยอะสุด

94. Visits คือจำนวนครั้งที่เข้ามาในทุกๆ 30 นาที (ถ้าเข้ามาซ้ำภายใน 30 นาทีจะไม่นับ) ส่วน Visitors จะจับเป็นรายบุคคล

95. ควรใส่ Meta Description Tag กับทุกหน้า ไม่งั้นกูเกิลจากสุ่มใส่ให้เอง แล้วเวลาเว็บขึ้นหน้าเสิร์ชจะดูไม่ดี

96. SEO ต้องใช้เวลา ทำเร็วๆ ไม่ได้ อย่างน้อยเว็บต้องมีอายุ 7 เดือนขึ้นไป และมีคุณภาพที่ดี

97. ผ่านไป 1 ปีก็ไม่จำเป็นว่าเว็บต้องติดอันดับสูงๆ อาจจมีปัญหาอื่นๆ เช่น เว็บโหลดช้า แบ็กลิ้งก์คุณภาพแย่ เว็บมีปัญหาทางเทคนิค โดเมนมือสองติดแบล็กลิสต์ เนื้อหาน้อย คีย์เวิร์ดกว้างไป หรือ คีย์เวิร์ดยากเกิน

98. ใช้ Hotjar เพื่อดูว่าคนเข้ามาทำอะไรในเว็บเราบ้าง เค้าเลื่อนไปดูส่วนไหนบ่อยสุด

99. เว็บส่วนใหญ่มี 3 เมนูหลัก ด้านบนคือ Utility (Secondary Navigator) ไว้ลิ้งก์เพจจำพวกช่องทางติดต่อ สมัครงาน ตรงกลางจะเป็น Main Navigator เกี่ยวกับเนื้อหา ด้านล่างคือ Footer คล้ายๆ Sitemap

100. ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอันดับของกูเกิล กลุ่มแรกๆ คือ อายุเว็บ แบ็กลิ้งก์คุณภาพ บทความดีและใหม่ คนคลิกเว็บเยอะ ใส่ tag เรียบร้อย ส่วนกลุ่มรองลงมาคือพวกความ responsive, ความยาวของ url, ความเร็วการโหลด แบรนด์และ traffic

โดยรวมแล้ว เราว่าเล่มนี้เหมาะมากสำหรับใครที่เริ่มต้นศึกษา SEO เพราะเต็มไปด้วยเคล็ดลับเทคนิคที่เข้าใจง่าย นำไปปรับใช้ได้ง่าย ศัพท์เทคนิคถือว่าน้อยมากๆ แถมยังมีลิ้งก์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ไปลองเล่นกันด้วย เล่มนี้เรามองว่าได้ในแง่ของมุมมองและไอเดีย อาจจะไม่ได้เน้นเทคนิคแบบ step-by-step เท่าไร ใครอยากศึกษาเพิ่มก็ลองไปหาหนังสือเล่มอื่นๆ อ่านได้ แต่ถ้าให้แนะนำเล่มไหนเป็นเล่มสตาร์ต ก็ขอแนะนำเล่มนี้เลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: