รีวิว Bodyguard (2018): จะอารักขาหรือจะล้างแค้น?

จริงๆ แล้ว Bodyguard ไม่ใช่ซีรีส์แนวที่เรานิยมเท่าไร แต่เพราะเห็นรีวิวจากหลายๆ แหล่งว่าสนุกมาก พีคมาก ตื่นเต้นมาก เราเลยลองจัดสักตั้ง ด้วยความที่ซีรีส์มีเพียง 6 ตอนเท่านั้น แป๊บๆ ก็จบแล้ว

Bodyguard เป็นซีรีส์สัญชาติอังกฤษ เล่าถึงเรื่องราวของ เดวิด บัดด์ (Richard Madden) ตำรวจหนุ่มที่สามารถยับยั้งการก่อการร้ายบนรถไฟได้ เขาจึงได้เลื่อนขั้นไปเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของจูเลีย มอนตากิว  (Keeley Hawes) รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เรื่องราวคงจะไม่ซับซ้อนและยากมาก หากจูเลียไม่ได้มีแนวคิดสนับสนุนการส่งทหารไปออกรบที่ประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเดวิดเคยไปเข้าร่วมมาก่อน และเจอประสบการณ์ไม่ดีทำให้กลายเป็นโรค PTSD หรือภาวะป่วยทางจิตหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ แน่นอนว่าพอเดวิดได้มาเจอตัวการอย่างจูเลียแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นการชั่งน้ำหนัก ระหว่างการทำตามหน้าที่ อารักขาจูเลียตามได้รับมอบหมาย หรือ หาทางใช้ความใกล้ชิด แก้แค้นจูเลียที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้เขาต้องจากบ้าน ไปเจอเหตุการณ์เลวร้าย

01.jpg

ซีรีส์เปิดตอนแรกมาได้อย่างน่าตื่นเต้นสมความคาดหวัง ฉากกู้ระเบิดบนรถไฟเป็นอะไรที่บีบคั้นมากๆ การดำเนินเรื่องต่อจากนั้นก็เป็นไปอย่างกระชับฉับไว เรียกได้ว่าแค่ตอนแรกก็สนุกแล้ว ในแต่ละตอนนั้นมีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถือว่าจุใจกันไปเลยแม้ว่าจะมีแค่ 6 ตอนก็เถอะ แต่ใน 1 ชั่วโมงนี้หนังก็สามารถลงดีเทลไปได้เยอะเหมือนกันในขณะที่ยังคงจังหวะการดำเนินเรื่องที่ชวนลุ้นไปด้วย มีเหตุการณ์พลิกล็อกหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น จุดหักมุมก็มี เล่นเอาร้องเหวอไปเลย

แม้จะเป็นหนังที่ปะหน้าว่า Crime, Drama, Thriller ใน IMDb แต่หนังก็มีฉากแอ็กชั่นหยอดมาพอกรุ่มๆ เหมือนกัน แถมยังทำได้ดีด้วย ฉากที่ประทับใจเราคือฉากลอบสังหารไล่ยิงกันบนถนน ลุ้นมากๆ แอ็กชั่นกระจุย ส่วนอีกฉากคือฉากกู้ระเบิดติดตัวของพระเอก กินเวลาตอนนึงไปนานมากแต่ดูแล้วไม่เบื่อเลย กลับตื่นเต้นจ้องตาไม่กะพริบ ระทึกไปอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญมาก นั่นก็คือเสียงประกอบ ที่ยิ่งบิ้วด์ให้ฉากต่างๆ นั้นชวนลุ้นขึ้นไปอีก

04.jpg

อีกหนึ่งเสน่ห์ของ Bodyguard ก็คือตัวละครพระเอกอย่างเดวิด บัดด์ นี่แหละ เขาเป็นคนที่มุ่งมั่นตั้งใจ ในขณะเดียวกันก็ถ่อมตน สุขุม มีวิธีแก้ปัญหาและมีความเฉลียวฉลาดสมกับที่เป็นทั้งทหารและตำรวจ อีกอย่างที่เป็นเสน่ห์ (รึเปล่า) คือสำเนียงสก็อตติชที่สุดแสนจะเป็นเอกลักษณ์ ฟังโคตรยาก 555 ฟังสำเนียงสก็อตติชแล้ว บริติชจะง่ายไปเลย

ทางฝั่งจูเลีย มอนตากิว ภาพแรกที่เรารู้สึกคือเธอเป็นผู้หญิงดุๆ เขี้ยวๆ ที่น่าเกรงขาม ดูเป็นหญิงแกร่งด้วย แต่พอรู้จักกันไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มได้เห็นมุมที่เป็นกันเองมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้วเธอก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงนั่นแหละ มีสุข เศร้า เหงา ตลก และเอาเข้าจริงชีวิตเธอก็แสนจะแขวนบนเส้นด้าย เดี๋ยวเจอเหตุระทึกนู่นนี่นั่น เจอลอบสังหาร เจออะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด ก้าวขาออกจากบ้านแต่ละทีมีความเสี่ยงตลอด ก็น่าเห็นใจเธออยู่เหมือนกัน

06.jpg

หนังมีการหยอดปมปริศนาเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เราอยากรู้ว่าเรื่องทุกอย่างจะจบอย่างไร ที่เจ๋งคือหนังยังหลอกล่อให้เราสงสัยตัวละครหลักอย่างเดวิดและจูเลียด้วย ว่าสองคนนี้เขาเก็บงำความลับอะไรบางอย่างรึเปล่า โดยเฉพาะเดวิดที่มีปมเรื่องสงครามอยู่แล้วด้วย จึงมีแนวโน้มว่าจะหักหลังจูเลียได้เหมือนกัน

โดยรวมแล้ว Bodyguard ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจสำหรับใครที่ชอบความบู๊ๆ ปนการเมือง ชิงไหวชิงพริบในระดับหนึ่ง อาจจะไม่ได้การเมืองจ๋ามาก แต่ก็มีกลิ่นอายให้พอลุ้นๆ กัน ตัวซีรีส์มีแค่ 6 ตอน ใครนิยมดูยาวก็น่าจะสามารถดูจบได้ภายในระยะเวลาไม่นาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: