รีวิว After (2019): เมื่อเจอเขา ก็คาดเดาอะไรไม่ได้

*มีสปอยล์เล็กน้อย

มาอีกแล้วสำหรับหนังแนวโรมานซ์ของ Netflix ซึ่งเป็นแนวถนัด พอจะคาดหวังได้ สำหรับ After นี้ตอนแรกเราเห็นตัวอย่างแล้วเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกใหม่อะไร ดูพล็อตธรรมดา โรแมนติกดราม่า แต่ได้ยินเสียงรอบด้านบอกว่าแม้พล็อตจะเฉยๆ แต่ก็สนุกดี มีความเป็นนิยายแจ่มใสฉบับผู้ใหญ่ ความเป็น 50 Shades of Grey ฉบับเด็กวัยรุ่น ก็ว่ากันไป เราเลยลองกดดู

After เล่าเรื่องของเทสซา (Josephine Langford) หญิงสาวเรียบร้อยที่ต้องย้ายเมืองไปเรียนมหา’ลัยปีแรก เธออยู่กับแม่มาตลอด โดยมีโนอาห์ (Dylan Arnold) เป็นแฟนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ 5 ขวบ (เอ่อ…) เมื่อเธอเข้าสังคมมหา’ลัย ก็ได้เจอกับกลุ่มเพื่อนใหม่ที่จะเรียกว่าเพื่อนก็เรียกไม่ได้เต็มปาก เอาเป็นว่าพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างต่างจากเทสซา นั่นคือเป็นกลุ่มแก๊งที่ชอบปาร์ตี้ในขณะที่เทสซาจะเป็นเด็กเนิร์ดอ่านหนังสืออยู่บ้าน แต่แล้วเทสซาก็ได้เจอกับฮาร์ดิน (Hero Fiennes Tiffin) หนุ่มหล่อลุคแบดบอยที่แวบแรกเธอไม่ถูกชะตาเอาซะเลย แต่ไปๆ มาๆ พอได้มาใกล้ชิดกัน เธอก็โดนเสน่ห์ความหล่อความละมุนครอบงำเข้าเต็มๆ จนเผลอสานสัมพันธ์ แต่แล้วโนอาห์ล่ะเธอจะทำยังไง? แล้วฮาร์ดินเป็นคนดีจริงๆ รึเปล่า?

05

นี่มันพล็อตนิยายแจ่มใส!

อ่านแค่นี้ ก็รู้สึกแล้วว่านี่มันพล็อตนิยายแจ่มใสชัดๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครวัยรุ่นแนวสาวเนิร์ดกับหนุ่มแบดบอย, ความสมเหตุสมผลที่บางจุดก็เบาบางชวนเอ๊ะ หรือ พล็อตเรื่องที่เน้นเส้นความสัมพันธ์เป็นพิเศษ เรียกง่ายๆ ว่าวันๆ ตัวละครไม่ต้องทำอะไร ว้าวุ่นกับเรื่องรักอย่างเดียว เรื่องรงเรื่องเรียนเหรอไม่เหลือหัวให้คิดหรอก เอาเป็นว่าตัวหนังโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ของพระนางเป็นหลัก เรียกได้เต็มปากว่าหนังรักจริงๆ

03

พอไปสืบค้นที่มาของหนัง ก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้ว After เคยเป็นนิยายมาก่อน ถ้าให้สืบสาวไปยาวกว่านั้นอีกก็คือ เรื่องนี้เคยอยู่บน Wattpad มาก่อน ถ้าใครไม่รู้จัก มันคือแพลตฟอร์มนิยายคล้ายๆ เด็กดีบ้านเรานั่นแหละ พอเรากดเข้าไปดูแล้วอ่านสำนวนคร่าวๆ โอ้โห ฟีลแจ่มใสมาเลย แค่ไม่มีอีโมติคอนแค่นั้นแหละ

เท่านั้นยังไม่พอ จริงๆ แล้ว After เป็นแฟนฟิควง One Direction ด้วย พระเอกคือแฮร์รี่ สไตล์ นอกจากนั้นยังมีคนอื่นๆ ในวงร่วมเป็นตัวละครด้วย ช่างเป็นแฟนฟิคที่มาได้ไกลจริงๆ ในฐานะคนคนนึงที่เคยเขียนนิยายออนไลน์ก็อดภูมิใจแทน Anna Todd คนเขียนไม่ได้ การที่แฟนฟิคตัวเองกลายมาเป็นหนังที่ทุกคนเข้าถึงได้นี่มันเป็นอะไรที่พีคมาก เพราะแฟนฟิคมันเซอร์วิสเฉพาะกลุ่ม จู่ๆ กลายเป็นแมสได้นี่ถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ด้วยความที่ต้องทำมาเป็นหนัง แน่นอนว่าชื่อตัวละครถูกเปลี่ยน เช่น พระเอกจากแฮร์รี่ก็กลายเป็นฮาร์ดิน เป็นต้น

Good Girl Gone Bad. Nice Guy is Too Boring.

มาว่ากันที่ตัวละคร ตัวนางเอกอย่างเทสซานั้น เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบคลาสสิกของนิยายแจ่มใส คือเป็นเด็กสาวไม่รู้เดียงสา ใสๆ เนิร์ดๆ ชีวิตเรียบง่าย ไม่เที่ยวไม่ปาร์ตี้ ชอบอ่านหนังสือ คือเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายๆ คนเลย แต่แล้วเมื่อเจอฮาร์ดิน เธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากตอนแรกดูไม่ประสีประสา ตอนหลังๆ เป็นฝ่ายรุกพระเอกเฉย จนเราอดคิดไม่ได้ว่านางยังซิงแน่ๆ รึเปล่าวะ 555 คือเปลี่ยนไปมากจริงๆ ดูกล้าเสี่ยงขึ้น คงเพราะไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่แม่วางไว้อีกต่อไปแล้ว

02

และนี่คงเป็นความนัยของชื่อหนัง After ที่แปลว่า “หลังจากนั้น” ในแง่นี้คือ หลังจากที่เจอฮาร์ดิน ชีวิตของเทสซาก็กลายเป็นนิยายที่เดาทางไม่ได้ จากก่อนหน้านั้นมีการวางแผนมาตลอด พอเจอฮาร์ดิน เธอเดาอะไรไม่ออกเลย ส่วนหนึ่งคงเพราะฮาร์ดินเองที่ทำตัวลึกลับ แต่อีกส่วนก็คือเธอพร้อมที่จะสยายปีกออกบินเองแล้ว

ทางด้านพระเอกอย่างฮาร์ดิน สิ่งที่โดดเด่นมากกกกคือความหล่อเข้าขั้นเทพ และสำเนียงบริติชที่โคตรจะเท่ เป็นองค์ประกอบพระเอกแบดบอยที่โคตรเหมือนหลุดมาจากนิยาย ตอนเจอนางเอกช่วงแรกๆ ก็ยังเก๊กๆ ไว้เชิง แต่ช่วงหลังๆ นี่ตามตื๊อสุด มีโมเม้นต์ละมุนๆ หลายจุด ที่เราชอบคือฮาร์ดินเป็นหนอนหนังสือเหมือนนางเอกด้วย ซึ่งเราว่าจุดนี้น่าจะประทับใจนางเอกไม่น้อย เพราะการจะหาผู้ชายสักคนที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนตัวเอง แถมชอบอ่านนิยายด้วยนะ เป็นอะไรที่แรร์มาก ภารกิจความยากเลเวลสิบมากๆ

06

ที่ฮาร์ดินดูเป็นเด็กมีปัญหา ก็เพราะเขามีปัญหาจริงๆ นั่นก็คือปัญหาครอบครัว ฮาร์ดินดูจะไม่ค่อยถูกกับพ่อเท่าไร เพราะตอนเด็กๆ พ่อไปมีเรื่องทำให้แม่โดนทำร้าย แล้วนี่พ่อยังทิ้งแม่มาแต่งงานใหม่กับแม่ของเพื่อนนางเอกอีก ก็คงเป็นธรรมดาละมั้งที่ฮาร์ดินจะรู้สึกเคืองพ่อตัวเอง และส่งผลให้เขาหมดศรัทธาในรัก จนกระทั่งมาเจอนางเอกที่จูนกับเขาติด

ตัวละครอีกตัวที่อยากพูดถึงคือโนอาห์ แฟนเก่าของเทสซา เขาเป็นรุ่นน้องที่ไฮสคูล แต่ตอนแรกเทสซาแนะนำเพื่อนใหม่ว่าเป็นรุ่นพี่ที่ไฮสคูล (เดาว่าถ้าบอกว่าเป็นรุ่นน้อง จะดูไม่เป็นผู้ใหญ่ต่อหน้าเพื่อนใหม่ รึเปล่า) แต่เอาเป็นว่าขณะที่เทสซาเรียนมหา’ลัย โนอาห์ก็ยังเรียนอยู่ไฮสคูล เขาถือเป็นไนซ์กายในอุดมคติของสาวหลายๆ คน คอยไปรับไปส่ง คอยถือของ คอยส่งข้อความเป็นห่วงหา คือแบบคนดีมากๆ ถึงอย่างนั้น ตอนที่รู้ว่าเทสซากับโนอาห์เป็นแฟนกัน เราไม่ค่อยรู้สึกถึงเคมีของทั้งคู่ในรูปแบบแฟนเท่าไร มันไม่มีความโรมานซ์เหมือนเวลาเทสซาอยู่กับฮาร์ดิน ความรู้สึกมันเหมือนคู่พี่ชายน้องสาว หรือ เพื่อนสนิทกันมากกว่า ก็นะ รู้จักกันมาตั้งแต่ 5 ขวบละอะคิดดู แล้วก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่เทสซารู้จักมาตลอด

07

แต่ความไนซ์ของโนอาห์นี่เป็นเรื่องน่าเศร้าตรงที่ว่ามันอาจจะเข้าข่ายน่าเบื่อเกินไปสำหรับผู้หญิงบางคน รวมถึงนางเอกที่เมื่อเจอฮาร์ดินแล้วก็เหมือนจะลืมโนอาห์เป็นปลิดทิ้ง อยากไปเล่นกับไฟอย่างฮาร์ดินมากกว่า อีกหนึ่งเหตุผลคงเป็นเพราะรักแท้มักแพ้ระยะทาง แม้จะผูกพันกันแค่ไหนแต่เมื่อไปเจอคนใหม่ที่สปาร์กกว่า มันก็คงอดไม่ได้ที่จะแอบชิมนิดตอดหน่อย ไหนๆ อีกฝ่ายก็ไม่รู้อยู่แล้ว เป็นความสัมพันธ์อันตื่นเต้นที่เทสซาไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน

01

การที่เทสซาไปสานต่อกับฮาร์ดินทั้งๆ ที่มีโนอาห์เป็นแฟอยู่แล้ว นั่นจึงหมายความว่า เทสซาผิดเต็มๆ ในประเด็นนี้ ตรงที่มีแฟนแล้วยังไปกิ๊กฮาร์ดิน จุดนี้มองยังไงๆ ก็ผิดกฏความสัมพันธ์ฉันแฟน แต่ก็นะ ความรู้สึกมันเป็นอะไรที่ห้ามยาก แล้วยิ่งเป็นไวที่ไฟจุดติดง่าย กว่าจะรู้ตัวก็ลุกลามไปถึงไหนต่อไหนแล้ว สงสารก็ตอนโนอาห์มาเยี่ยมเทสซา แล้วต้องบึ่งรถขับกลับบ้านด้วยความผิดหวัง ก็จะมีความลำไยต่อเทสซาประมาณหนึ่ง แบบเห็นผู้ชายใหม่ดีกว่าทุกคน แม้กระทั่งกับแม่ ขนาดแม่ขู่ตัดแม่ลูก นางเอกก็เลือกผู้ชายก่อน แบบ ใจเย็นว้อย อย่าเพิ่งหิวผู้ชาย 555

อีกหนึ่งหนังรักเพื่อผู้หญิง

การดำเนินเรื่องของหนังนั้นไปช้าๆ แบบไม่เร่ง ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าเบื่อ อย่างน้อยสำหรับเราก็ไม่มีจุดไหนชวนง่วง มีที่ติดก็คือบางจุดโยนฉากสวีตมาเยอะเกินไปหน่อย แบบอะไรจะนัวเนียกันบ่อยขนาดนั้น เข้าใจว่ากำลังอินเลิฟแต่รำคาญ ตัวห่างกันมั่งก็ได้เหอะ 555 หนังมีฉากฮาหยอดเข้ามาเล็กน้อย ไม่มาก แต่เข้ามาทีก็คือลั่นเลย อย่างฉากที่เทสซาพาฮาร์ดินมานัวเนียในห้องแล้วกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม อันนี้พีคจริง อาจจะเป็นเพียงไม่กี่ฉากที่หนังตั้งใจทำให้คนดูขำลั่น นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ค่อยมีแล้ว

04

นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไร ถ้าใครหวังจะเสพฉากฟินแล้วจิ้นตัวเองเป็นนางเอก After น่าจะตอบโจทย์ จะเรียกว่าเป็นหนังรักที่ทำมาเพื่อเสิร์ฟผู้หญิงโดยเฉพาะก็ได้ เพราะฉากเลิฟซีนแบบติดเรตก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไร มีความละมุนละม่อม ทำให้นึกถึง 50 Shadeds of Grey อีกหนึ่งเรื่องราวติดเรตขวัญใจสาวๆ

ป.ล.1 ตอนจบ แอบตัดฉับไปหน่อย แบบกำลังเคลิ้มๆ อินๆ เลย อ้าวฉากดำแล้วเหรอ งงแป๊บ พอตั้งสติได้ ก็ค่อยรับรู้ว่า อ๋อ นี่แฮปปี้เอนดิ้งแล้วนะ คงใช่นะ น่าจะเป็นงั้น แต่ได้ข่าวว่ากำลังจะมีภาคต่อด้วย รอติดตามกันได้เลย

ป.ล. 2 ตอนแรกแอบคิดว่าหนังจะจบแบบ Bad End พระนางแยกทางกันละนะ เพราะตอนแรกเราตีความ After เป็น ชีวิตหลังเขาจากไป ฟังดูเคว้งคว้างๆ ซึ่งถ้าหนังจบแบบนั้น ก็คงน่าสนใจไปอีกแบบ แต่เอาเถอะ เขาลงเอยกันก็ดีแล้ว ฮา

2 thoughts on “รีวิว After (2019): เมื่อเจอเขา ก็คาดเดาอะไรไม่ได้

Add yours

    1. ต้องเป็นสายโรมานซ์เลยค่ะถึงจะอิน เพราะพล็อตมีแค่เรื่องรักๆ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: