รีวิว รัก 2 ปียินดีคืนเงิน (2019): การปะทะกันของหัวใจและสมอง

“รัก 2 ปียินดีคืนเงิน” เป็นหนังที่เราเห็นโปสเตอร์ผ่านตามาได้สักพักแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะไปดู จนกระทั่งได้ยินเสียงเล่าขานกันว่าหนังดี (แม้ว่าจะมีกระแสไม่ดีเกี่ยวกับนักแสดงก็เถอะ) บวกกับหน้าหนังที่เป็นโรแมนติกคอมเมดี้แล้ว เราก็เลยอยากไปลองพิสูจน์ดูว่าเป็นยังไง

สำหรับ รัก 2 ปียินดีคืนเงิน เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างแทน (ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโณทัย) หนุ่มนักคณิตศาสตร์ประกันภัยซึ่งมองทุกอย่างเป็นตัวเลขสถิติไปหมดแม้กระทั่งความรัก กับ จี๊ด (เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) อดีตแม่สื่อที่เชื่อในรักแท้ การเจอกันครั้งแรกของพวกเขาไม่น่าอภิรมย์นัก พวกเขายังต้องมาเจอกันอีกครั้งในบทบาทหน้าที่การงาน เมื่อจี๊ดถูกย้ายจากบริษัทแม่สื่อให้มาทำงานที่บริษัทประกัน โดยต้องมาร่วมทำงานกับแทน ในการดูแลสินค้าตัวชูโรงที่แทนคิดขึ้นมาคือ กรมธรรม์ประกันรักแท้ 2 ปีทวีทรัพย์ เงื่อนไขคือถ้าผ่านไปสองปีแล้วคู่รักไม่เลิกกัน ก็รับเงินคืน 100% พร้อมผลตอบแทนอีก 30% ไปเลย

ถามว่า แล้วไอเดียสุดประหลาดนี้มาได้ไง? ก็เพราะแทนดูสถิติมาแล้วว่าส่วนใหญ่คู่รักจะเลิกกันภายในสองปี นี่จึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับบริษัทในการทำกำไร และพวกเขาก็จะขายประกันนี้ให้แก่คู่รักที่มีแนวโน้มว่าจะเลิกกันสูงๆ เท่านั้น ถ้าคู่รักคู่ไหนดูมั่นคง มีแนวโน้มใกล้แต่งงาน ก็จะไม่ขายให้ อารมณ์คล้ายๆ คนที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็ง ก็จะซื้อประกันโรคมะเร็งไม่ได้

04

ตัวจี๊ดนั้นมีปัญหาเรื่องการเงินขัดสน เลยต้องจำใจรับงาน เมื่อเกิดเหตุให้แทนตัดสินใจจะไล่จี๊ดออก จี๊ดจึงขอต่อรองด้วยการเดิมพันว่าหากผ่านไป 3 เดือนแล้วมีคู่รักในกรมธรรม์เลิกกัน 50% เธอจะยอมแพ้แล้วออกไป แต่ถ้ายังรักกันอยู่ถึง 50% เธอก็จะอยู่ต่อ แน่นอนว่าฝั่งแทนนั้นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคนจะเลิกกัน 50% ทั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อชนะจี๊ด แต่ก็เพื่อตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของการปะทะกันระหว่างมุมมองความรักสองมุมว่าฝ่ายไหนจะชนะ ระหว่างคนที่มองความรักเป็นเรื่องคำนวณ กับคนที่มองความรักเป็นเรื่องของความรู้สึก

03

05

ตอนแรกที่ได้ยินว่าหนังกินเวลาไปกว่า 2 ชั่วโมง ก็ยังคิดอยู่เลยว่ามันมีเรื่องอะไรให้เล่ากันขนาดนั้นเลยเหรอ (พักหลังๆ ดูหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่กินเวลาแค่ 1.30 ชั่วโมงบ่อย แหะๆ) แต่พอมาดูจริงๆ ก็รู้สึกเลยว่าหนังดูเพลินมาก ไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเลยสำหรับเรา ถือว่าสนุกเลยแหละ การดำเนินเรื่องเป็นไปแบบไหลลื่นดี มีมุกตลกแทรกเข้ามาแบบกำลังโอเค ไม่ค่อยมีพวกมุกหยาบๆ หรือมุกแป้กๆ นะ แถมยังมีพวกมุกแบบ เฮ้ย คิดได้ไง ติสต์ว่ะ แทรกเข้ามานิดๆ ด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางฉากที่แอบรู้สึกขัดๆ อยู่ เช่นฉากนักเลงแร็พใส่นางเอกในความฝัน เหมือนอยากให้ขำแต่ดูแล้วไม่ขำเท่าไร กลับฝืดมากกว่า

ทางด้านนักแสดง ปั้นจั่นแสดงบทหนุ่มตรรกะสูงได้ดี ดูเป็นคนมีเหตุมีผลมาก บางทีก็มากเกินไป 555 ส่วนเอสเธอร์นี่ก็คือสวยมาก สวยทุกฉาก ทั้งคู่เข้ากันได้ดีนะ ทั้งตอนรับส่งมุกกัน ตอนกัดกัน หรือตอนกุ๊กกิ๊กกัน (ซึ่งมีไม่เยอะ) ถือเป็นอีกคู่ที่เคมีลงตัวดี ส่วนนักแสดงสมทบก็สร้างสีสันให้กับหนังได้ดี ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ไฮโซที่เขม่นลูกสะใภ้ หรือ เพื่อนสนิทพระเอกที่คอยให้ท้าย

02

06

ความบังเอิญในหนัง มีสูงมากกกก ดูเหมือนตัวละครหลายคนจะมีความเกี่ยวข้องพัวพันกันไปหมด จนบางทีก็แอบนึกว่าบังเอิญแบบจงใจไปมั้ยยย แต่กระนั้นความเกี่ยวเนื่องกันของตัวละครนี้ก็ช่วยผูกพล็อตให้มีเรื่องมีราวมากขึ้น ให้เนื้อเรื่องมีลูกเล่นมากขึ้นโดยใช้ตัวละครชุดเดียวกัน เหมือนอยากประหยัดตัวละครยังไงยังงั้น 555

08

เนื่องจากว่าประกันรัก 2 ปีนี่ได้รับความสนใจเยอะมาก ก็จะมีเคสลูกค้าหลากหลายราย พระนางจึงต้องเดินทางไปพบผู้คนมากมาย ก็จะได้เจอกับรูปแบบความรักที่หลากหลาย บ้างจบสวย บ้างจบไม่สวย บางทีก็ไปให้คำปรึกษาคู่รักจนดูไม่เหมือนคนขายประกัน เหมือนที่ปรึกษาปัญหาชีวิตมากกว่า 555 แต่ยิ่งไปเจอความรักหลากหลายมาเท่าไร ทั้งคู่ก็ยิ่งได้เห็นว่าความรักนั้นไม่มีอะไรตายตัวแน่นอน บางทีสิ่งที่คิดว่าจะต้องเกิดก็ดันไม่เกิด ไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่า 2 ปีนี้จะรักกันต่อไหม แล้วถ้าผ่านไป 2 ปีแล้ว จะรักต่อไปกันจริงๆ เหรอ?

07

เราชอบไอเดียของหนังเรื่องนี้นะ โดยเฉพาะพล็อตเรื่องที่นำสินค้าประกันมาผูกกับความรัก เป็นไอเดียที่ว้าวมาก และยิ่งพระเอกนางเอกมีความคิดที่ต่างกันสุดขั้วแล้ว มันก็เลยน่าติดตามว่าบทสรุปจะเป็นแบบไหน แล้วพระนางจะรักกันอีท่าไหน เพราะมันไม่ค่อยมีซีนที่จุดชนวนให้ทั้งคู่ประทับใจในตัวอีกฝ่ายเท่าไร รู้ตัวอีกที อ้าว รักกันแล้วเหรอ 555

10

เราชอบซีนหนึ่งของหนัง ที่จี๊ดแอ็กท่าถ่ายรูปด้วยการชี้ที่หัวกับหน้าอก เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ต้องใช้ทั้งหัวสมองและหัวใจไปพร้อมๆ กัน เราว่ามันจริงมากเลยละ แม้ว่าในทางปฏิบัติอาจจะยากบ้างก็ตาม แต่เราว่าการบาลานซ์กันระหว่างเหตุผลและอารมณ์มันเป็นอะไรที่ผสมกันได้ลงตัวดีนะ เพราะถ้าเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกิน ก็อาจจะทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ ถ้าคนเราสามารถสร้างความสมดุลระหว่างเหตุผลและอารมณ์ได้ เราก็จะมีเข็มทิศที่ชัดเจนมากขึ้นในการบอกว่าควรเลือกไปทางไหน

09

01

โดยสรุปแล้ว รัก 2 ปียินดีคืนเงิน เป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่ดูสนุก เพลินๆ ไม่เบื่อ มีมุกตลกสอดแทรกเข้ามาเรื่อยๆ และส่วนใหญ่ก็เป็นมุกคลีนๆ มีมุก 18+ บ้างแต่ก็ถือว่าอยู่ในสัดส่วนที่น้อย พระนางแสดงเข้าขากันได้ดี ไม่ได้มีฉากกุ๊กกิ๊กหวานเลี่ยนเท่าไร สามารถดูคลายเครียดได้เพลินๆ 🙂

2 thoughts on “รีวิว รัก 2 ปียินดีคืนเงิน (2019): การปะทะกันของหัวใจและสมอง

Add yours

  1. รีวิวได้ดีเลยครับ ชอบเรื่องนี้ตรงวางเนื้อเรื่องมาดีและมุกตลกไม่ต้องหยาบเข้าว่านี่แหละ 🙂

    Like

    1. ขอบคุณค่ะ เห็นด้วยเลยจริงๆ ทั้งเนื้อเรื่องและมุกตลก ดูเพลินมากๆ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: