รีวิว Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald (2018): เมื่อผู้วิเศษตีกันเองโดยมีสัตว์วิเศษเป็นพร็อพเสริม

หลังจากเมื่อวานที่เพิ่งดูภาคแรกไป วันนี้เราก็เข้าโรงไปดูภาค 2 ต่อ

ความรู้สึกตอนดูมันโคตรดี คือปกติเรามักจะทิ้งช่วงการดูภาคต่อไปนานจนจำไม่ได้ว่าภาคก่อนเนื้อหายังไง แต่การดูภาค 1 มาก่อนหนึ่งวันนี่มันทำให้ดูภาค 2 ได้สนุกชะมัด

Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald เป็นภาคต่อเนื่องมาจากภาคแรกอย่าง Fantastic Beasts and Where to Find Them ซึ่งเนื้อหาก็ต่อกันเลย เริ่มต้นจากตัวร้ายอย่างกรินเดลวัลด์ พ่อมดหัวขบฏที่หนีออกมาจากการคุมขังได้ เขาเดินทางไปยังที่กบดานแห่งใหม่ นั่นก็คือปารีส โดยมีจุดมุ่งหมายคือการรวบรวมเหล่าผู้ติดตามของเขา และการตามหาตัวเด็กหนุ่มนามว่าครีเดนซ์ ผู้ซึ่งมีพลังด้านมืดมหาศาล สามารถเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือช่วยเหลือกรินเดลวัลด์ให้บรรลุเป้าหมายได้ เป้าหมายนั้นก็คือการยกระดับอำนาจของผู้วิเศษเพื่อเข้าปกครองมนุษย์ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องทำให้เกิดสงครามและความโกลาหล… เพื่อที่จะหยุดยั้งกรินเดลวัลด์นั้น ดัมเบิลดอร์จึงขอให้นิวท์ สคาแมนเดอร์ ช่วยตามหาตัวครีเดนซ์ให้พบก่อนกรินเดลวัลด์จะเจอ

สำหรับความรู้สึกโดยรวมต่อภาคนี้คือ…สนุกมาก สนุกจริง อาจจะเพราะเราเพิ่งดูภาค 1 มาด้วย ความอินมันเลยต่อเนื่อง รวมๆ สำหรับแล้วนี่เป็น 2 ชั่วโมงที่ดูสนุกทุกฉาก ไม่น่าเบื่อ ดูเพลิน แต่เตือนไว้ก่อนสำหรับใครที่ไม่ได้ดูภาคแรก หรือไม่เคยสัมผัสกับแฮร์รี่ พ็อตเตอร์มาก่อน อาจจะงงได้กับศัพท์แสงเฉพาะทาง ชื่อตัวละคร และเหตุการณ์หลายๆ อย่าง ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ถึงขนาดดูไม่รู้เรื่องสำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสจักรวาลนี้ เพียงแต่อาจจะไม่ได้อรรถรสที่เต็มอิ่มที่สุดเท่าที่หนังจะสามารถมอบให้ได้น่ะ เพราะเอาเข้าจริงมีหลายองค์ประกอบเลยที่ทำให้แฟนๆ แฮร์รี่ได้อุทาน “โอ้ว” “อันนี้” ซึ่งมันจะเป็นอะไรที่คนไม่เคยดูจะไม่เก็ต

ทางด้านงานภาพ คืออยากอวยจริงๆ ว่าดีงามสมชื่อ Wizarding World มาก ซีจีแทบจะกินไปทุกฉากแล้ว และทำออกมาได้สวยงาม แนบเนียน ตระการตาจริงๆ โดยเฉพาะฉากแอ็กชั่นนี่คือดูอลังการมาก ทางด้านสัตว์วิเศษต่างๆ ที่ต้องพึ่งซีจีเป็นแน่แท้อยู่แล้วนั้นก็ทำออกมาได้ดี มีสัตว์ตัวเก่าๆ ที่เราคุ้นเคยกันอย่างนิฟเฟลอร์ (ตัวตุ่นที่คลั่งไคล้ของวิบวับ) โบว์ทรัคเคิล (ต้นไม้คู่กายนิวท์) และสัตว์ตัวใหม่ๆ อย่างโซวู แมวผสมมังกรที่มาจากประเทศจีน ตัวนี้ทั้งอลังการทั้งน่ารัก หน้าตาตลกดีเหมือนแมวเชสไชร์ในเรื่องอลิซอินวันเดอร์แลนด์ ถึงอย่างนั้น เราว่าภาคนี้ไม่ได้เน้นความน่าพิศวงของสัตว์วิเศษเท่าไร คือบทบาทน้อยลงจากภาคที่แล้วอยู่ เพราะภาคนี้ไปโฟกัสเรื่องการต่อสู้กับกรินเดลวัลด์แทน สัตว์วิเศษเหล่านี้จึงกลายเป็นตัวประกอบไปโดยปริยาย ซึ่งเอาเข้าจริงเริ่มสงสัยละว่าควรใช้ชื่อ Fantastic Beasts ต่อไปมั้ย 555

มาถึงตัวละคร ภาคนี้เราก็จะได้พบเจอตัวละครเก่าๆ จากภาคที่แล้วครบหมดเลย ชอบตอนที่นิวท์กับเจคอบและควีนี่เจอกันรอบนี้ ความรู้สึกมันอบอุ่นเหมือนเพื่อนเก่าเจอกันมากๆ อะ โดยเฉพาะเจคอบที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เลยสำหรับการปรากฏตัวครั้งนี้ เพราะพี่แกควรโดนล้างความจำไปแล้ว ก็เป็นที่น่าดีใจที่พี่กลับมาร่วมผจญภัยกับนิวท์อีกครั้ง ทางด้านความสัมพันธ์ของทีน่ากับนิวท์ ภาคนี้ไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไรเพราะเน้นบู๊มากไปหน่อย แต่ก็มีฉากกุ๊กกิ๊กๆ ระหว่างสองคนนี้ที่ทำให้ขำออกมากับความติ๋มๆ เนิร์ดๆ ของนิวท์ได้ นอกจากนี้ตัวละครใหม่ๆ ยังอัดมาอีกเต็ม อย่าหลุดระหว่างดูหนังเชียว ไม่งั้นจะมึนๆ กับเส้นเรื่องของแต่ละตัวละคร มันเยอะจริง 

สำหรับเรื่องนี้ ไม่พูดถึงกรินเดลวัลด์ก็คงไม่ได้ ตัวละครตัวนี้ที่แสดงโดยจอห์นนี่ เด็ปป์ นั้นคือตัวร้ายที่โคตรเท่ โคตรเฟี้ยว คือดูแล้วรู้สึกน่าเกรงขาม ดูคูล ไม่เหมือนโวลเดอมอร์ในแฮร์รี่ที่ดูชวนให้แหวะและค่อนข้างไปทางตลกมากกว่า กรินเดลวัลด์มีท่วงท่าที่สง่างาม มีคำพูดคำจาที่โน้มน้าวใจคนได้ดี มีความกวนตีนในระดับที่พอเหมาะ มีความนิ่ง สุขุม ไม่ร้ายแบบบ้าคลั่ง โดยรวมคือเท่อะ ยอมรับเลยว่าถ้าเราเป็นผู้วิเศษก็อาจจะถูกโน้มน้าวไปแล้ว ก็แหม คำหาเสียงของเฮียมันฟังดูน่าคล้อยตามจริงๆ การจะให้ผู้วิเศษมีอำนาจเหนือมนุษย์งี้

ทางด้านการดำเนินเรื่อง อย่างที่บอกไปว่าดูสนุก ไม่เอื่อยเฉื่อย แต่ละฉากมีภาพที่สวยงาม แค่ดูฉากก็เพลินแล้ว แต่ถ้ามองพล็อตแบบภาพใหญ่ ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้คืบหน้าไปไหนมากนัก คงเพราะพอตัวละครมากขึ้น ก็จะมีปม มีรายละเอียดมากขึ้น ช่วงเวลาของหนังบางส่วนจึงต้องพลีให้กับรายละเอียดเหล่านั้น แต่เราก็ให้อภัยเพราะมันเป็นรายละเอียดที่เป็นปริศนาน่ารู้จริงๆ คืออยากจะรู้อดีตของคนคนนี้อะ อยากรู้ว่าคนนี้คือใคร มีความสัมพันธ์อะไรยังไง ประมาณนี้

สุดท้ายแล้ว อาจจะพูดช้าไปสักหน่อยเพราะนี่ก็ภาค 2 แล้ว แต่เราชอบการที่ให้เด็กจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟฟ์อย่างนิวท์ มาเป็นพระเอกอะ คือปกติแล้วคนทั่วไปจะมีมุมมองต่อเด็กฮัฟเฟิลพัฟฟ์ว่าเป็นเด็กติ๋มๆ เด๋อๆ ไม่เก่งอะไรเลย ค่อนไปทาง loser ไม่เหมือนกริฟฟินดอร์ที่ดูกล้าหาญบู๊แหลก สลิธีรีนที่ดูเจ้าเล่ห์แกมโกง หรือเรเวนคลอว์ที่ดูฉลาดเป็นกรด แม้ว่าเราจะเคยเห็นวีรกรรมสุดคูลของตัวละครจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟฟ์มาบ้างแล้ว (เนวิลล์ ลองบัทท่อม กับ เซดริก ดิกกอรี่) พวกเขาก็ไม่ใช่พระเอกอยู่ดี ไม่ได้มีบทบาทเด่น แต่สำหรับนิวท์นี่คือเป็นพระเอกเลย และเป็นพระเอกที่สะท้อนความเป็นฮัฟเฟิลพัฟฟ์ได้ดีนะ นิวท์ไม่ได้มาสายตะลุยสู้ ไม่ได้ฉลาดแกมโกง แต่เป็นคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ตัวเองเก่งอะไร แล้วก็มุ่งมั่นให้ passion กับสิ่งนั้นๆ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ คือเก่งในแบบที่สามารถประยุกต์สิ่งที่ตัวเองถนัดให้เข้ากับสถานการณ์ข้างหน้าที่ต้องเผชิญน่ะ

Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ใช่หนังที่ดูง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสจักรวาลแฮร์รี่ แต่ถ้าหากอยากเปิดใจก็ไม่ยากเกินไปละ เพราะพล็อตหนังค่อนข้างตามได้ง่าย (อย่างที่บอก พล็อตใหญ่มันไม่ไปไหน ที่ชวนให้งงคือรายละเอียดยิบย่อย) ที่แน่ๆ คือแม้จะงงๆ กับพล็อตก็ยังสามารถดื่มด่ำซีจีตระการตาได้ มันดีจริงๆ ส่วนใครที่เป็นสาวกแฮร์รี่และสัตว์วิเศษอยู่แล้ว ภาคนี้ก็เป็นอีกภาคที่สมควรไปดูเลย จะช่วยเติมเต็มโลกเวทมนตร์ที่เรารู้จักได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดูจบแล้วจะอยากรู้ว่าอีก 3 ภาคในภาพยนตร์เซ็ตนี้จะเป็นยังไง แล้วเหล่า fantastic beasts นี่จะได้กลับมาเป็นตัวหลักของเรื่องอีกรึเปล่านะ (ฮา)

One thought on “รีวิว Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald (2018): เมื่อผู้วิเศษตีกันเองโดยมีสัตว์วิเศษเป็นพร็อพเสริม

Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: