อยากออกกำลังทุกวัน? อยากทำงานทันเดดไลน์? ทำได้ด้วยการรู้จักตัวเองผ่าน The Four Tendencies

“อยากออกกำลังทุกวัน อยากกินอาหารสุขภาพเป็นประจำ แต่สุดท้ายก็ล่ม”

“ตอนแรกก็วาง New Year’s Resolution ไว้ดิบดี แต่กลางปีก็พังแล้ว”

“รู้สึกไม่อยากทำอะไรที่คนอื่นหวังให้เราทำเลย”

“มัวแต่ทำงานให้คนอื่น แต่กับตัวเองไม่เคยทำอะไรให้เลย”

เราว่าหลายๆ คนคงเคยมีปัญหาพวกนี้ เราเองก็เคยเป็น บางทีเราอยากจะทำอะไรสักอย่างให้เป็นกิจวัตรแต่สุดท้ายทำได้แป๊บๆ ก็เลิก จัดการอะไรไม่ได้ตามหวังสักอย่าง หรือบางทีก็รู้สึกว่าทำให้คนอื่นเยอะเกินไปจนตัวเองอย่างเหนื่อย มันจะมีทางมั้ยที่ทำให้เราแฮปปี้และคนอื่นแฮปปี้เหมือนกัน

ขอแนะนำให้รู้จักกับ The Four Tendencies !! การจัดประเภทคนโดยอิงกับความสามารถในการตอบรับต่อความคาดหวังภายนอกและภายใน

พูดตอนนี้อาจจะฟังงงๆ แต่ขอแจกแจงรายละเอียดเบื้องต้นก่อนละกัน

The Four Tendencies คือแนวคิดที่ถูกคิดค้นโดยคุณ Gretchen Rubin นักเขียนและนักพูดเรื่องการพัฒนาตัวเอง เป็นแนวคิดชื่อเดียวกันกับหนังสือของเธอ เรายังไม่ได้อ่านหนังสือแต่ไปเจอบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ แถมยังเจอควิซให้ทำด้วย เห็นว่าน่าสนใจดีเลยอยากสรุปมาแชร์กัน เราคิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการพัฒนาตัวเองและการทำงานกับผู้อื่น

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าความคาดหวังนั้นมาจาก 2 แหล่ง คือ 1. มาจากภายใน หรือก็คือตัวเอง (Inner Expectation) และ 2. มาจากภายนอก หรือก็คือคนอื่นๆ (Outer Expectation)

ความคาดหวังจากภายใน ก็อย่างเช่น การอยากทำกิจวัตรประจำวันดีๆ สักอย่าง เช่น ออกกำลัง กินอาหารสุขภาพ เขียนไดอารี่ ตื่นเช้า กล่าวคืออะไรก็ตามที่ทำแล้วจะส่งผลกับตัวเองเป็นหลัก

ความคาดหวังจากภายนอก ก็อย่างเช่น การทำงานให้เสร็จตามเวลาที่เจ้านายกำหนด การมาถึงเวลานัดได้ตรงตามเวลา การไปร่วมฉลองวันเกิดญาติได้ กล่าวคืออะไรก็ตามที่ทำแล้วจะส่งผลกับผู้อื่นเป็นหลัก

ทีนี้ The Four Tendencies ก็จะแบ่งคนออกมาเป็น 4 ประเภท ตามรูปภาพข้างล่างนี้เลย ค่อยๆ อ่านไล่ลงไปทีละวงกลมนะ

https---blogs-images.forbes.com-naginaabdullah-files-2017-09-FourTendenciesJacketBasedGraph-1

ใช่ คำอธิบายง่ายๆ แบบนี้แหละ แต่คงยังไม่เห็นภาพกันว่าเอ๊ะมันเป็นยังไงกันแน่ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

ก่อนจะเลื่อนลงไปอ่านต่อ ขอให้ลองไปทำควิซสนุกๆ สั้นๆ ก่อนได้ที่ https://quiz.gretchenrubin.com พอทำเสร็จก็กรอกอีเมล เราก็จะได้รับคำตอบว่าเราเป็นประเภทไหน รายละเอียดเป็นยังไง ย้ำ!! เข้าไปเล่นก่อนเลื่อนลงไปอ่านคำอธิบายของทั้ง 4 ประเภทนะ ไม่งั้นเราอาจจะตอบแบบไขว้เขวแล้วผลออกมาไม่เป็นจริงได้

สำหรับใครที่เล่นเสร็จแล้ว พื้นที่ตรงนี้เราจะขอสรุปคร่าวๆ ให้พอเห็นภาพละกันว่าคน 4 ประเภทนี้มีลักษณะเป็นยังไง

Upholder: เอาอยู่หมด

คนกลุ่มนี้สามารถจัดการได้ทั้งความคาดหวังภายในและภายนอก

  • เป็นกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะครองโลกเลย เพราะสามารถทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้ และยังสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นอยากให้ทำได้อีก โห ฟังดูแล้วมหัศจรรย์วันเดอร์วูแมนสุดๆ
  • คนกลุ่มนี้หากอยากทำอะไรให้ติดเป็นนิสัยนั้นง่ายเลย เพราะมีความเป็นระเบียบฝังอยู่ในเซลล์สมองเป็นทุนเดิม ไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมาโน้มกล่อมมากมาย ถ้าจะทำก็ทำ แล้วก็จะทำอย่างสม่ำเสมอด้วย จนกว่าจะไม่อยากทำนั่นแหละ

ข้อเสียของ Upholder

  • คือมีความเป็นเจ้าระเบียบ และไม่ค่อยมีความยืดหยุ่นเท่าไร นัดเจอ 9 โมงต้องมาพร้อมกัน 9 โมงเป๊ะ ทำงานต้องเสร็จภายใน 3 โมง ไรงี้ ซึ่งบางทีก็จะทำให้เครียดเอาได้ง่ายๆ และถ้าหากไม่มีการบอกเป้าหมายหรือความคาดหวังที่ชัดเจน คนกลุ่มนี้จะงงๆ ไปไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง
  • จะเป็นคนไม่กล้าโอนงานให้คนอื่น (delegate) เพราะคิดว่าตัวเองทำได้ดีที่สุด ทำได้หมดอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ก็จะมีความเสี่ยงว่าตัวจะระเบิดตายซะก่อน

ทางแก้ต่อข้อเสียของคนกลุ่มนี้ก็ไม่มีอะไร แค่ต้องผ่อนคลายบ้าง ยืดหยุ่นบ้าง ไม่ต้องเป๊ะไปหมด ก่อนจะทำอะไรก็ต้องระบุเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน

Questioner: ถ้าไม่ดีจริง ไม่ทำ

คนกลุ่มนี้สามารถจัดการจัดการความคาดหวังภายในได้ แต่จะต่อต้านความคาดหวังภายนอก

  • ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็น Questioner หรือคนช่างถาม คือมีอะไรมาก็จะกังขาไว้ก่อนว่าดีมั้ย ทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ถ้ามันดีกับเธอแต่ไม่ดีกับฉัน ฉันก็ไม่ทำ พูดง่ายๆ ว่ายึดตัวเองเป็นที่ตั้ง ก่อนตัดสินใจทำอะไรก็จะดั้นด้นหาข้อมูลมาประกอบกันยกใหญ่
  • แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมทำอะไรให้ใครเลย ถ้ามันฟังดูเข้าท่า พวกเค้าก็จะเอาความคาดหวังของคนอื่นมาเป็นของตัวเองด้วย พอเป็นของตัวเอง ทีนี้แหละก็จะทำได้เลย

ข้อเสียของ Questioner

  • การช่างซักช่างถามของคนกลุ่มนี้อาจจะทำให้คนอื่นๆ รู้สึกไม่พอใจ เราคงเคยเจอคนบางคนที่ถามอยู่นั่นแหละ ถามซ้ำไปซ้ำมา ซักซะจนขาววอก จนสุดท้ายแล้วเราไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวให้ช่วยนู่นนี่เท่าไร
  • การบ้ารีเสิร์ช หาข้อมูลก่อนทำอะไรสักอย่างอาจทำให้เหนื่อยล้ากว่าที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังเป็นการทำให้การตัดสินใจนั้นล่าช้า

ทางแก้ต่อข้อเสียนี้คือการลิมิตตัวเองเรื่องการหาข้อมูล เช่น วันนี้จะดูแค่ 10 เว็บไซต์นะ วันนี้จะหาข้อมูลแค่ 1 ชั่วโมงนะ อีกวิธีคือหาผู้ให้คำแนะนำที่เราไว้ใจ ให้เค้าช่วยชี้แนะทางมาให้ก่อน เหมือนช่วยสกรีนตัวเลือกให้ แล้วเราค่อยนำข้อมูลนั้นมาตัดสินใจ

Obliger: พ่อพระ/แม่พระ

คนกลุ่มนี้สามารถจัดการจัดการความคาดหวังภายนอกได้ แต่จะต่อต้านความคาดหวังภายใน

  • เราว่าเราเจอคนแบบนี้เยอะนะ 555 ประเภทที่มีความเอาอกเอาใจคนอื่นสูงมาก ใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำ ให้ช่วยอะไรก็ช่วย แต่ลึกๆ แล้วบางทีพวกเค้าก็รู้สึกโหวงๆ เหมือนกันว่าตัวเองไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น
  • คนกลุ่มนี้จะทำงานให้คนอื่นได้ดีมาก นอกจากเรื่องงานแล้วก็ยังสามารถตอบรับความคาดหวังของสังคมได้ด้วย เช่น ไปงานวันเกิดเพื่อน ไปงานแต่งญาติ

ข้อเสียของ Obliger

  • พอมาเป็นเรื่องตัวเองกลับจัดการไม่ถูก หรือบางทีทุ่มพลังไปกับคนอื่นมากไปจนลืมใส่ใจตัวเองก็มี อารมณ์แบบทำงานหนักกลับบ้านไปก็นอนหลับเป็นตายแล้ว ที่บอกว่าจะทำนู่นทำนี่ก็ทำไม่ไหว
  • พอไม่มีความคาดหวังจากคนอื่น ก็เหมือนไม่มีแรงผลักดันให้ทำอะไรต่อ ไม่รู้จะทำไปทำไม สังคมไม่เห็นค่า ไม่ทำแล้ว ฮือ

ทางแก้ต่อข้อเสียนี้ค่อนข้างชัดเจนเลย คือต้องหากลุ่มคนมา support ตัวเอง แม้ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการกับความคาดหวังภายในก็เถอะ เช่น สมมติว่าอยากออกกำลัง ให้ออกคนเดียวเหงาๆ นี่ล่มแน่นอน ไม่รอดแน่ คนกลุ่มนี้จะต้องหาคนอื่นๆ มาร่วมวงด้วย อาจจะตั้งแก๊งกับเพื่อน เข้าชมรม หรือหาเทรนเนอร์ เพราะการทำแบบนี้จะมีความคาดหวังของคนอื่นเข้ามาช่วย support ด้วย ทำให้ถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

Rebel: ช่างแม่ง

คนกลุ่มนี้ต่อต้านทั้งความคาดหวังภายในและภายนอก

  • เป็นกลุ่มที่อินดี้ที่สุด คืองานคนอื่นก็ไม่ทำ เพราะสิ่งที่ตัวเองอยากทำยังเอาไม่รอดเลยจ้า 55555555 คือแม้ว่าตัวเองจะอยากทำ แต่สุดท้ายก็จะโมเมไม่ทำจนได้ เอาแน่เอานอนไม่ได้
  • คนกลุ่มนี้จะชอบความอิสระ กระปรี้กระเปร่า ไม่สนใจกฎเกณฑ์ดั้งเดิม และมักเป็นผู้จุดประกายไอเดียใหม่ๆ แบบ Out of The Box

ข้อเสียของ Rebel

  • อันนี้ง่ายเลย คือจะค่อนข้างต่อต้านความคาดหวังอะไรก็ตามที่เข้ามา ทำให้มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถรับผิดชอบเรื่องที่สำคัญๆ ได้… ก็ไม่อยากทำอะ อย่ามาบังคับได้ป้ะ อารมณ์ประมาณนี้
  • ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว อุปนิสัยนี้อาจทำให้คนอื่นๆ หัวร้อนได้ เพราะสั่งอะไรไปมันก็ไม่เคยทำ บอกให้ช่วยอะไรก็ไม่ช่วย บังคับอะไรมันไม่ได้อะ

ทางแก้ต่อข้อเสียนี้…อาจจะฟังดูยากหน่อยนึง คือต้องเปลี่ยนมุมมองกันเลยทีเดียว คือต้องโน้มน้าวใจตัวเองให้ได้ว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันอยากทำ นี่คือสิ่งที่เลือกแล้ว ฉันทำเพราะอยากทำ” คือต้องเน้นประเด็นความมีอิสระเลย หรืออาจจะใช้วิธีขี้โกงนิดๆ ด้วยการบ่ายเบี่ยงอีกความผิดชอบหนึ่งก็ได้ เช่น ตอนนี้ต้องทำงานแล้ว ฉันจะเปิดโหมด Do Not Disturb ไม่ให้ใครมากวน ฉันจะเป็นอิสระจากเสียงเด้งเตือน!! อะไรแบบนี้เป็นต้น

ข้างต้นนี้คือทางแก้ที่ตัวเองสามารถทำกับตัวเองได้ แต่ทำเองฝ่ายเดียวมันไม่พอ เพราะถ้ามีคนอื่นช่วยด้วย มันก็จะดีกว่าใช่มั้ยล่ะ

ทีนี้ลองมาดูกันว่าถ้าเราอยากจะรับมือกับคนประเภทต่างๆ เราควรทำไง

รับมือกับ Upholder

  • คนกลุ่มนี้อะว่านอนสอนง่าย บอกให้ทำอะไรก็ทำ กฎเกณฑ์ก็เชื่อฟัง เหมือนจะไม่ยุ่งยากอะไรใช่มั้ย แต่มันก็จะดีนะหากเราสามารถระบุให้ Upholder รู้เลยว่าเราต้องการอะไร เป้าหมายงานชิ้นนี้คืออะไร อยากให้ทำขั้นตอนอะไรบ้าง ที่สำคัญคือต้องบอก “เป้าหมาย” ให้ชัดเจน ไม่งั้น Upholder จะงงๆ ไปต่อไม่ถูก คือก็จะทำให้นะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงอะ
  • เนื่องจาก Upholder ค่อนข้างคุ้นชินกับกฎเกณฑ์ ก็จะชอบความเป็น routine ระดับนึง มันเป็นจุดที่เค้าสบายใจน่ะ ดังนั้นถ้าจู่ๆ routine เปลี่ยน เค้าอาจจะช็อกได้ ดังนั้น เราควรอยู่ช่วยเหลือเค้านิดนึง คอยแบ็กอัพให้เค้าปรับตัวได้

รับมือกับ Questioner

  • เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นพวกที่ต้องการฟังเหตุผล เราก็แค่ต้องบอกเหตุผลให้ชัดเจนว่าทำไมถึงอยากให้เค้าทำแบบนี้ ถ้าเค้าทำแล้วจะเป็นผลดีกับเค้ายังไง พยายามหาจุดที่จะสามารถดึงดูดให้เค้าอยากทำได้ การสั่งเฉยๆ โดยไม่บอกเหตุผลอาจทำให้เกิดการต่อต้าน ยิ่งถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ได้ตรงกับเป้าหมายของตัวเองได้แล้ว ก็อาจจะเจอหัวร้อนนะฮะ
  • แม้กลุ่มนี้จะเป็นคนชอบถาม แต่เค้าไม่ชอบให้เราถามกลับนะ เอ้อ ย้อนแย้งกันดีมั้ย อันที่จริงก็พอเข้าใจได้ เพราะเมื่อ Questioner ลงมือทำอะไร มันมักจะถูกแบ็กอัพด้วยเหตุผลที่เค้าไตร่ตรองมาแล้ว ดังนั้น การที่เราไปตั้งคำถามกับเหตุผลของเค้า ก็เหมือนการลบหลู่เค้าดีๆ นี่เอง แนะนำว่าถ้าจะถาม อย่าถามคำถามที่บ่งบอกว่าเรากำลังตัดสินเค้า แต่ให้ถามเป็นเชิงว่าอยากให้เค้าเล่าเรื่องแทน เช่น เปลี่ยนจาก “ทำไมทำอย่างนั้น” เป็น “ได้ไอเดียนี้มาจากไหน เล่าให้ฟังหน่อยสิ” เป็นต้น

รับมือกับ Obliger

  • กลุ่มนี้จะคล้ายๆ Upholder ในแง่ที่ว่าถ้าเราอยากให้เค้าทำอะไร ก็ไม่ยากที่จะโน้มน้าวเท่าไร เพราะคนกลุ่มนี้จะคุ้นชินกับการช่วยเหลือคนอื่น เพราะพวกเค้ารู้สึกว่าได้มีความรับผิดชอบ ได้มีตัวตนในสังคมไรงี้ ก็จะคุยไม่ยากเท่าไรหากอยากได้ความช่วยเหลือ
  • เราควรอยู่ให้กำลังใจ Obliger เวลาที่เค้าคิดอยากจะทำอะไรเป็นของตัวเอง เพราะถ้าเค้าคิดคนเดียว ทำคนเดียว มันก็อาจไม่รอดตลอดฝั่ง ถ้าเราสามารถอยู่ข้างๆ เค้า คอยให้คำแนะนำ ความช่วยเหลือ ให้เค้ารู้สึกว่าเอ้อ ไม่ได้อยู่คนเดียวนะ เค้าก็จะยิ่งรู้สึกดี ถือว่าช่วยๆ กันแหละเนอะ เค้าช่วยเราเยอะแล้ว เราก็ช่วยเค้าบ้าง

รับมือกับ Rebel

  • กลุ่มนี้อาจจะรับมือยากหน่อย เพราะพวกเค้าชอบที่จะเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น ไอ้สิ่งที่คนอื่นคาดหวังให้เค้าทำน่ะ เค้าไม่สนหรอก ยูมีสิทธิ์อะไรมาบอกให้ไอทำอะไร จริงมั้ย? อะ ถ้ารักความอิสระเสรีนัก เราก็ต้องให้อิสระเค้า อย่าไปสั่งเค้าตรงๆ ถ้าอยากให้เค้าทำอะไร ก็อาจจะแค่เกริ่นภาพกว้างๆ ให้เค้าพอเห็นภาพสถานการณ์ แล้วที่เหลือให้เค้าไปตัดสินใจเอง ยกอำนาจการตัดสินใจให้เค้าเลย อีกอย่างที่สำคัญคือควรขอให้เค้าช่วยในสิ่งที่ตรงกับตัวตนของเค้า เช่น ถ้าเค้าเป็นคนเก่งภาษามากๆ เราก็ไม่ควรให้เค้าช่วยวาดรูป เพราะมันจะขัดกับตัวตนของเค้า อะไรแบบนี้
  • เนื่องจากกลุ่มนี้มีความกบฎพอสมควร ในเมื่อพูดอะไรไม่ทำใช่มั้ย ได้!! งั้นเราก็ใช้วิธีสวนทางซะเลย ถ้าอยากให้คนกลุ่มนี้ทำอะไร ก็แค่บอกตรงกันข้าม เช่น ถ้าอยากให้เค้าทำงาน ก็อาจจะท้าว่า “อืม เธอทำไม่ได้หรอก มันยากเกิน” หรือถ้าอยากให้เค้าออกกำลัง ก็สบประมาทนิดนึงว่า “หืม อย่างเธอเหรอจะลดได้ 5 กิโล ฝันอยู่รึเปล่า” พอคนกลุ่มนี้ได้ยินก็จะรู้สึกว่าอยากสวนทาง อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าที่อีกฝ่ายคิดมันผิด!! สำหรับคนกลุ่มนี้ ขอพวกเค้าตรงๆ ไม่ได้ ต้องอ้อมกันสักหน่อย

ตัวอย่างของการไปถึงฝั่งฝันร่วมกัน

Obliger + Rebel

Obliger หาคนร่วมออกกำลังเป็น Rebel แค่นี้ก็สบายละ มีเพื่อน กดดัน Rebel มันไปนิดๆ ด้วยว่าเธอลดน้ำหนักเท่าฉันไม่ได้หรอก ส่วน Rebel นั้นมองว่า Obliger คือคู่แข่งที่ต้องเอาชนะให้ได้ ใครว่าฉันทำไม่ได้ เดี๋ยวจะทำให้ดูว่าฉันลดได้เยอะกว่า!!

Upholder + Questioner

Upholder ทำงานเสร็จแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามันน่าจะยังดีกว่านี้ได้อีก ถึงอย่างนั้นก็คิดไม่ออกว่าควรทำยังไง เลยขอให้ Questioner มาช่วยหาจุดบกพร่องหน่อย ฟาก Questioner ก็โดน Upholder หว่านล้อมว่าถ้าแก้จุดนี้ได้ Flow การทำงานของพวกเราจะลื่นขึ้นเยอะ

แล้วเราเป็นแบบไหน?

เราทำควิซออกมาแล้วได้เป็น Upholder ซึ่งพออ่านคำอธิบายก็มีความตรงอยู่หลายจุดนะ โดยส่วนตัวรู้สึกว่าตัวเองบาลานซ์ความรับผิดชอบต่อตัวเองและคนอื่นได้ค่อนข้างโอเค คือเราสามารถจัดการเรื่องอะไรก็ตามที่อยากทำส่วนตัวได้ แล้วก็สามารถจัดการเรื่องอื่นๆ ที่คนอื่นคาดหวังได้ (รึเปล่าวะ ไม่ได้รู้สึกไปเองใช่มั้ย วานใครช่วยเคาะที) อาจจะมีบ้างที่เราหลุดไปเป็น Questioner คือบางทีก็จะหาเหตุผลมาซัพพอร์ตจนได้ว่าไม่อยากทำไอ้นี่ ไม่อยากไปงานนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เราจะกลายไปเป็น Questioner ต่อเมื่อต้องให้ทำอะไรที่ขัดความเป็น Introvert ของตัวเอง เช่น ไปสังสรรค์ หรือไปงานที่ไม่ได้อยากไป

ข้อเสียที่เห็นได้ชัดของ Upholder ในตัวเราอย่างหนึ่งคือเราไม่กล้า delegate งาน ด้วยเพราะเราคิดว่าเราทำเองได้หมด เราทำเองง่ายกว่า เร็วกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ถูกในส่วนหนึ่ง แต่มันจะโคตรเหนื่อยเลย พอถึงเวลาที่ต้อง delegate จริงๆ ก็ต้องทำแหละ ไม่งั้นภาระจะวนเวียนอยู่ที่เราไม่จบไม่สิ้น แต่เราก็จะพยายามไม่ delegate หากไม่จำเป็น (ในที่นี้คือ 1. หายตัวไป ทำงานไม่ได้ 2. งานไม่ถนัด 3. ตัวจะระเบิดแล้ว เอาไปทำแทนที) อีกอันก็คือหากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เราก็จะงงๆ เบลอๆ ตอนแรก แบบต้องทำอะไรวะ ก็จะเครียดไปพักหนึ่ง แต่จากประสบการณ์ก็คือลองคลำไปเรื่อยๆ นั่นละ เดี๋ยวก็หาท่าเจอเอง เพราะในหลายๆ กรณี เป้าหมายมันไม่ปรากฏออกมาชัดเจนอะ ไม่มีใครเอามาเสิร์ฟให้ บางทีเราก็ต้องเป็นคนไปค้นพบมันเอง

สุดท้ายแล้ว อยากให้ทุกคนลองเล่นควิซที่ https://quiz.gretchenrubin.com แล้วมาค้นหาตัวเองกัน เราว่าถ้าทุกคนรู้ว่าตัวเองเป็นสไตล์ไหน และคนอื่นๆ รอบตัวเป็นสไตล์ไหน ก็จะสามารถจัดการกับความคาดหวังต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทำเป้าหมายได้สำเร็จง่ายขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น ใครที่รู้จักกับเรา มากระซิบบอกกันได้ว่าเป็นคนแบบไหน เราจะได้รับมือกันและกันได้ 55555

Sources:
https://greatist.com/live/the-four-tendencies-personality-types
https://www.forbes.com/sites/naginaabdullah/2017/09/13/learn-which-of-the-4-tendencies-you-are-to-start-your-side-hustle-faster/
https://www.businessinsider.com/gretchen-rubin-the-four-tendencies-framework-2017-4

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: