รีวิว Million Yen Women (2017): ห้าสาววุ่นวายปิ๊งรักหนุ่มนักเขียนนิยาย? ไม่ใช่! เพราะนี่ไม่ใช่ซีรีส์ Rom-Com

เห็นชื่อเรื่องและโปสเตอร์ซีรีส์ครั้งแรก หลายคนอาจจะนึกว่า Million Yen Women ต้องมีประเด็นรักกุ๊กกิ๊กเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเรื่องแน่ๆ

ความจริงคือไม่ใช่เลย เพราะตัวซีรีส์นั้นห่างไกลจากความเป็นหนังรักอยู่มากโข แม้ว่าจะมีคุณลักษณะชวนจิ้นฮาเร็ม อย่าง หนึ่งหนุ่ม กับ ห้าสาว ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันก็ตาม…

Million Yen Women เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นใน Netflix ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ต้องยกเครดิตคำเชิญชวนให้ดูซีรีส์เรื่องนี้จากเพื่อนๆ ในออฟฟิศที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้อง-ดู-ให้-ได้!” เจอแบบนี้ใครจะไปทนไหว… Word-of-Mouth นี่มันศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยดูตัวอย่างซีรีส์มาแล้ว เห็นว่าน่าสนใจดีเลยเซฟเก็บไว้ แต่ก็ดองเค็มไม่ได้ดูสักที


มาที่การดำเนินเรื่องของ Million Yen Women กันก่อน

คำเตือน: มีสปอยล์เล็กน้อย แต่นี่พยายามมีให้น้อยที่สุดแล้ว


พล็อตเปิดตัวของ Million Yen Women แค่ได้ยินครั้งแรกก็ชวนให้ติดตามแล้ว เมื่อจู่ๆ หนุ่มนักเขียนนิยายที่กำลังตกอับอย่าง ชิน มิชิมะ ต้องอาศัยร่วมบ้านกับหญิงสาวแปลกหน้า 5 คน ซึ่งได้รับคำเชิญปริศนาจากใครก็ไม่รู้ให้มาอาศัยอยู่บ้านเขา โดยที่แต่ละคนต้องจ่ายเงินค่าเช่าเป็นจำนวน 1 ล้านเยนต่อเดือน (คนละประมาณ 3 แสนบาท…คูณ 5 เข้าไปก็ล้านห้าบาทต่อเดือน แม่เจ้า เจอแบบนี้ไม่ต้องทำงานทำการอะไรกันเลย รับเงินอย่างเดียว)

ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าชินจะมีชีวิตฮาเร็มอยู่หรูสุขสบาย เพราะการมาครั้งนี้ของหญิงสาวทั้ง 5 มาพร้อมกฎเหล็ก นั่นก็คือ 1. ชินห้ามถามถึงประวัติความเป็นมาของหญิงสาว 2. ชินห้ามเข้าห้องนอนของหญิงสาว 3. พวกเขาทั้ง 6 ต้องกลับมากินข้าวเย็นพร้อมกัน และ 4. ชินต้องดูแลหญิงสาว ให้พวกเธอใช้ชีวิตอย่างไม่ขาดตกบกพร่องซึ่งปัจจัยทั้ง 4 (ไม่ได้ดูแลในเชิงชู้สาวอย่างใด)

เนื่องจากช่วงต้นๆ ของซีรีส์ เราจะยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลอะไรทั้งสิ้นว่าหญิงสาวแต่ละคนเป็นใคร และทำไมถึงได้รับเชิญให้มาอยู่ที่บ้านของชิน เราจะรู้สึกว่าทุกๆ อย่างดูลึกลับมาก ดูไม่ชอบมาพากลไปหมด หญิงสาวแต่ละคนเป็นใครก็ไม่รู้ จู่ๆ ก็โผล่มา ใครเชิญมา ไม่มีเหตุมีผลบอกกัน บ้านช่องตัวเองไม่มีเหรอ… ซึ่งจุดนี้แหละทำให้ซีรีส์น่าติดตาม

เมื่อซีรีส์ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ เราก็ได้ค้นพบตราบาปอันยิ่งใหญ่ของชิน นั่นก็คือการที่พ่อของเขาเป็นฆาตกร ปมนี้เป็นปมที่จะถูกย้ำไปตลอดๆ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ shape ความเป็นชินเลยทีเดียว

นอกจากนี้ เราก็จะค่อยๆ รู้ว่าหญิงสาวแต่ละคนเป็นใคร มีอาชีพอะไร ก่อนหน้านี้เคยเจออะไรมาบ้าง ซึ่งจุดนี้ทำได้ดีมาก ตอนแรกๆ ที่ยังไม่รู้จักกัน เราเกรงว่าเราจะจำชื่อแต่ละคนไม่ได้ แต่พอเริ่มรู้จักพวกเธอเป็นรายคนเท่านั้นแหละ จะเริ่มเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน แต่ละนางมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ซึ่งเราว่าเป็นเสน่ห์อันแข็งแกร่งของซีรีส์มากๆ

จังหวะจะโคนในการดำเนินเรื่องของ Million Yen Women นั้นเรียกได้ว่าเฉียบคมจริงๆ เพราะไม่มีตอนไหนเลยที่เรารู้สึกว่าน่าเบื่อ (โอเค…อาจจะมีบ้าง แต่เป็นส่วนน้อยมาก) สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะความยาวของแต่ละตอนซึ่งอยู่ที่ประมาณ 24 นาที เนื้อเรื่องแต่ละตอนเลยค่อนข้างกระชับ ดูไปแป๊บๆ อ้าวจบตอนแล้วเหรอ ชวนให้อยากกดดูต่อมาก เพราะทิ้งปมไว้ได้น่าลุ้นเหลือเกิน อีกอย่างที่ชอบคือบทสนทนาที่กระชับ เข้าใจง่าย แต่แฝงแง่คิดหลายๆ อย่างไว้ โดยเฉพาะเวลาที่ตัวละครเถียงกันเรื่องความคิดและมุมมองของตัวเอง ดูแล้วลุ้นตามจริงๆ

บรรยากาศของซีรีส์ในช่วงแรกๆ อย่างที่บอกไปก็คือมีกลิ่นอายความลึกลับ ความน่าสงสัย ความหลอนนิดๆเหมือนดูหนังสืบสวนที่ไม่ใช่สืบสวนจ๋าๆ แต่แฝงความเป็น thriller ไว้ แม้กระทั่งฉากวาบหวิวยังชวนให้รู้สึกหวั่นเกรง เรียกได้ว่าสอดแทรกความเป็น thriller ไว้ได้ทุกอณูจริงๆ… พอดูไปสักพัก ความ thriller เริ่มหนักข้อขึ้น มีฆาตกรรมมาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ที่น่าสนใจคือมีความ surreal และความตลกร้ายในระดับหนึ่ง อธิบายไม่ค่อยถูกเหมือนกัน แต่เป็นอารมณ์ประมาณว่า เอ่อ เล่นแบบนี้กันจริงๆ เหรอ รุนแรงว่ะ เล่นกันง่ายๆ อย่างนี้เลย? จะมองว่าเป็นจุดอ่อนของซีรีส์ก็ได้ หรือจะมองว่าเป็นเสน่ห์แปลกๆ ก็ได้เช่นกัน

แน่นอนว่าเนื้อเรื่องปูทางความลึกลับมาขนาดนี้แล้ว คนดูย่อมคาดหวังตอนจบว่ามันจะต้องเฉลยปริศนาได้อย่างเหนือชั้น ซึ่งก็ต้องขอบอกว่า “พีค” จริงๆ นั่นแหละ ขนาดว่าเราเตรียมใจไว้แล้วว่ามันจะต้องพีค มันก็ยังพีคซะยิ่งกว่าที่เราเตรียมใจไว้ ใครเดาปริศนาออกเราขอคารวะเลย… เพราะซีรีส์แทบไม่ได้ทิ้งปมไว้ให้คนดูเก็บมาประดิษฐ์ข้อสันนิษฐานเองน่ะสิ!

เราอาจจะคาดหวังไปหน่อย เพราะเรารู้สึกว่าบทสรุปปริศนานั้นค่อนข้างชวนให้ “หื้ม?” พอสมควร ราวกับว่าซีรีส์ไม่รู้จะเฉลยปริศนายังไง ก็เลยเฉลยแบบนี้ ซึ่งเรารู้สึกว่ามันง่ายไปนิด แม้ว่าเรื่องแบบนี้ “อาจ” จะเกิดขึ้นจริงๆ ได้ แต่เมื่อเทียบกับความเข้มข้นของเนื้อหาที่อุตส่าห์บิ๊วท์มาตลอดทั้งเรื่อง ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าบทสรุปแบบนี้มันตื้นไปหน่อย น่าจะมีน้ำหนักหรือมีเหตุมีผลรองรับอีกสักนิด

ยังไงก็ตาม ภาพรวมของซีรีส์ในสายตาของเราก็ยังคงเป็นบวก แม้จะจบไม่โดนเท่าไรแต่เราก็ไม่รู้สึกว่าเสียเวลา เพราะระหว่างทางเราดื่มด่ำไปกับมันมาก เรื่องความน่าลุ้นน่าติดตามต้องยกนิ้วให้เลย


ประเด็นที่น่าสนใจใน Million Yen Women

คำเตือน: สปอยล์รัวๆ นะจ๊ะ ถ้าตั้งใจจะดูซีรีส์เรื่องนี้ อย่าเพิ่งอ่านตรงนี้


1. เมื่อมีเงิน มีตำแหน่ง ก็เหนือกว่า

ในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ คงมีไม่กี่ทางที่ผู้หญิงจะสามารถอยู่เหนือกว่าได้ แต่ใน Million Yen Women เราจะได้เห็นผู้หญิงห้าคนที่มีความเหนือกว่าผู้ชายอย่างชิน ในขณะที่หน้าที่การงานของชินไม่มั่นคง แถมยังมีปมด้อยในอดีตที่ไม่สามารถปล่อยวางได้ พวกเธอทั้งห้ามีเงิน พวกเธอมีหน้าที่การงานที่ชัดเจน พวกเธอมี background ที่แข็งแกร่ง (แม้บางคนจะมีปมในอดีตเช่นกัน) ดูๆ ไปแล้วทั้งห้าสาวเหมือนจะเป็นผู้พิทักษ์ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวยังไงยังงั้น

2. รักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ

ชิน มิชิมะ มีอาชีพเป็นนักเขียนนิยาย ในช่วงต้นเรื่องนั้นเราได้รับรู้ว่านิยายของเขาไม่ใช่นิยายที่ขายดี แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจเขียนงานต่อไป จุดที่น่าสนใจคือการแบทเทิลกันระหว่างชินกับนักเขียนหนุ่มดาวรุ่งอย่างยุสุ (ที่เป็นคู่กัดได้อย่างน่าหมั่นไส้มาก) ความแตกต่างระหว่างสองคนนี้คือ ยุสุนั้นจะเขียนนิยายที่คิดว่าจะดัง คนจะชอบ จะปัง เอาง่ายๆ ว่าขอให้ขายได้ ถามว่าผิดมั้ย มันก็ไม่ผิดหรอกที่คนเราจะอยากสร้างผลงานที่เป็นที่รู้จัก เราก็เห็นกันอยู่ว่าความทะเยอทะยานของยุสุนั้นส่งผลให้เขากลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง ทว่าพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่น่าเอาอย่างของยุสุคือการใช้มาตรวัตรของตัวเองตัดสินคนอื่น เหลิงคิดว่าตัวเองเจ๋งกว่าคนอื่น ทั้งที่จริงๆ แล้ว แต่ละคนมีคุณลักษณะ มีความสามารถ มีจุดแกร่งที่ต่างกันไป การปล่อยให้อีโก้ครอบงำอาจส่งผลร้ายต่อเราในอนาคตได้ (เอาง่ายๆ เลย ตอนที่ยุสุรู้ว่าตัวเองแพ้ชิน หน้าพี่แกเสียไปแล้ว)

ส่วนชินน่ะเหรอ…ตรงกันข้ามเลย เพราะเขาเขียนในสิ่งที่เขาอยากเขียน อยากสื่อสาร จะขายได้มั้ยนั้นเป็นประเด็นรอง (แต่ถ้าขายได้ก็ดี…) ก็เหมือนตอนที่เขาตอบคำถามที่ว่าทำไมเขาถึงเขียนนิยายนั่นแหละ คำตอบของเขามาแบบสั้นๆ เลย… “เพราะผมรักนิยาย”

สุดท้ายแล้ว นิยายของเขาก็ได้เป็นที่รู้จักของคนในหมู่กว้าง ชินเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง ทว่าบางทีฝีมืออย่างเดียวอาจจะไม่พอ เพราะ…

3. คอนเน็กชั่น และ ตำแหน่ง ก็สำคัญ

จะบอกว่านิยายของชินนั้นขายได้ด้วยตัวมันเอง ก็ไม่จริงซะทีเดียว… เพราะบางทีการที่จะหาเพชรให้เจอท่ามกลางกองกรวดมากมายนั้น ก็อาจจะต้องใช้ทางลัดกันหน่อย… อย่างในกรณีของชิน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากฮิโตมิ หนึ่งในห้าสาวที่อาศัยร่วมกับเขา ผู้ที่นำนิยายของเขาไปแนะนำต่อคณะกรรมการผู้มอบรางวัลวรรณกรรม โอกาสที่นิยายของชินจะเป็นที่รู้จักนั้นอาจมีน้อยมาก ต้องอย่าลืมว่านิยายของชินมาโด่งดังก็เพราะได้รางวัลจากคณะกรรมการนั่นเอง ซึ่งถ้าไม่ได้ฮิโตมิช่วย เหล่ากรรมการไม่มีทางชายตามองนิยายของชินแน่นอน รางวัลก็จะไปตกอยู่กับนิยายขายดี (แต่เนื้อหาอาจจะไม่ได้ดีจริง) ของยุสุแทน

ถึงตรงนี้ บางคนอาจจะสรุปว่าการใช้เส้นนี่ละคือคำตอบ! แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด การมี connection สำคัญๆ เพียงแค่เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จให้กับเรา แต่ไม่ได้การันตีว่าเราจะสำเร็จด้วยวิธีนี้เสมอไป ในกรณีของชิน เหล่ากรรมการได้พิจารณาแล้วเห็นว่านิยายของเขามีคุณภาพดีจริง จึงตัดสินใจมอบรางวัลให้ ซึ่งเราเชื่อว่าถ้านิยายของชินไม่ดี แม้ฮิโตมิจะช่วย กรรมการก็คงไม่มอบรางวัลให้หรอก ดังนั้น หน้าที่ของเราคือตั้งใจทำผลงานให้ดี แล้วผลงานนั้นก็จะสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงต่อผู้ที่ตั้งใจมองหาเอง

4. ยังไงผู้คนก็สนใจ hot gossip 

อีกหนึ่งเชื้อเพลิงที่กระตุ้นให้นิยายของชินขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คงหนีไม่พ้นข่าวซุบซิบข่าวฉาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการที่พ่อของชินเคยเป็นฆาตกร การที่ชินร่วมบ้านกับห้าสาว การที่ชินไปเดตกับนานากะ (หนึ่งในห้าสาว) ฯลฯ เราจะเห็นได้ว่าผู้คนสนใจข่าว gossip พวกนี้มาก นักข่าวก็ตามมารุมล้อมขอสัมภาษณ์ถึงบ้าน จุดนี้ก็แอบปวดหัวแทนชินเหมือนกัน เพราะพี่แกคงอยากปลีกวิเวกอยู่ตัวคนเดียว ไม่ได้อยากมีชื่อเสียงในแง่ลบ และลึกๆ แล้วชินก็คงไม่ภูมิใจเท่าไรนักกับความจริงที่ว่าการที่นิยายของเขาขายดี มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากข่าวฉาวพวกนี้ เพราะนั่นหมายความว่าผู้คนไม่ได้มองเห็นคุณค่าของนิยายจริงๆ แต่กลับไปโฟกัสเรื่องราวชีวิตของเขาแทน ซึ่งมันน่าน้อยใจนะสำหรับนักเขียนที่ตั้งใจเขียนงานตัวเองออกมาจริงๆ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ที่เราพอจะรวบรวมมาได้ ส่งผลให้ Million Yen Women เป็นซีรีส์ที่สะท้อนสังคมออกมาได้อย่างน่าสนใจ และชวนให้เราย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เราให้คุณค่ากับอะไรบ้าง? แล้วเราเผลอตัดสินคนอื่นด้วยไม้บรรทัดของเรารึเปล่า?

เป็นไปได้ว่า ครั้งต่อไปที่เราเสพมุมมองความคิดของคนอื่น ไม่ว่าจะมาจากสื่อไหน เราจะสามารถเปิดใจให้มันมากขึ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: