รีวิว The Girl in The Spider’s Web (2018): เธอช่วยผู้หญิงทุกคนยกเว้นพี่สาวตัวเอง

ถ้าใครรู้สึกคุ้นๆ กับชื่อหนังทำนองนี้ คุณไม่ใช่คนเดียว เพราะหนังเรื่องนี้อยู่ในซีรีส์ Millennium ซีรีส์เดียวกันกับ The Girl with The Dragon Tattoo หนังแอ็กชั่นระทึกขวัญเมื่อปี 2011 ซึ่งมีตัวเอกคือลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ แฮ็กเกอร์สาวที่มาภาคนี้เจอบทบู๊เต็มที่ กับคู่หูนักข่าวหนุ่มอย่างมิคาเอล บลอมควิสต์ ที่ภาคก่อนได้นักแสดงเป็นแดเนียล เครก (James Bond) นั่นไง

ซีรีส์ Millennium นี่เป็นนิยายมาก่อน สำหรับภาค The Spider’s Web นี่คือเล่ม 4 .. อ้าว แล้วถ้า Dragon Tattoo เป็นภาค 1 ไหนล่ะภาค 2 3?? คือต้องเกริ่นก่อนว่าเล่ม 1,2,3 เคยมีหนังเวอร์ชั่นสวีเดนไปแล้วในปี 2009 ส่วนภาค 2011 นี่คือฉบับรีเมค กล่าวคือเค้าไม่ได้รีเมคภาค 2,3 แต่ข้ามมาทำภาค 4 ใหม่เอี่ยมอ่องเลยน่ะเอง

…แค่รู้ว่าหนังภาคนี้เป็นภาคต่อก็เริ่มไม่แน่ใจกันแล้วว่าจะดูรู้เรื่องรึเปล่า ยิ่งได้รู้ว่าหนังสือต้นฉบับมันคือเล่มสี่ ยิ่งกังขาไปกันใหญ่ อย่าเพิ่งกลัวไป เนื้อหาในภาคนี้ค่อนข้าง stand-alone เลยทีเดียว กล่าวคือแม้ไม่เคยดูภาคก่อน หรือไม่เคยอ่านหนังสือเล่มก่อนๆ มาก่อนก็ดูภาคนี้ได้รู้เรื่อง เราเองเคยดู Dragon Tattoo มาเมื่อนานมากแล้ว จำไม่ได้แล้วจริงๆ ว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง (จำได้แค่ตัวละคร) มาดูภาคนี้ก็ยังเข้าใจ

เนื่องจากเราเองก็จำภาคก่อนไม่ได้แล้ว และไม่เคยดูหนังต้นฉบับ 3 ภาคก่อนหน้านี้ จึงขอไม่เปรียบเทียบ เอาแค่ภาคนี้พอนะ

หนังเล่าถึงลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ สาวแฮ็กเกอร์ที่ควบหน้าที่ผดุงความยุติธรรมด้วย ฉากแรกๆ เราจะเห็นว่าเธอตามไปจัดการชายหนุ่มที่ทำร้ายหญิงสาว เป็นฉากที่ติดตามาจากตัวอย่างหนังมาก หลังจากนั้นเนื้อหาก็จะเริ่มเข้าสู่เส้นเรื่องหลัก นั่นคือลิสเบ็ธได้รับการว่าจ้างจากฟรานส์ บัลเดอร์ อัจฉริยะผู้สร้างโปรแกรม “ไฟร์ฟอลล์” โปรแกรมที่จะสามารถเจาะเข้าฐานยิงจรวดในทุกประเทศทั่วโลก! ว่าง่ายๆ คือใครได้ครองเจ้าโปรแกรมนี่จะมีอำนาจเสมือนพระเจ้าก็ว่าได้

ทีนี้ บัลเดอร์รู้สึกสำนึกได้ว่าสิ่งที่ตัวเองสร้างให้สหรัฐฯ นำไปใช้นั่นเป็นสิ่งชั่วร้าย จึงจ้างให้ลิสเบ็ธขโมยกลับมาเพื่อทำลายทิ้งซะ ซึ่งตอนแรกภารกิจนี้ดูเหมือนง่ายมาก เป็นแฮ็กเกอร์นี่นะ เจาะระบบแป๊บเดียวก็ขโมยมาได้แล้ว แต่ก็ได้มาครองไม่นานจริงๆ เมื่อเอ็ดวิน นีดแมน เจ้าหน้าที่ฝั่งสหรัฐฯ รู้ตัวเร็ว ตามสืบจนรู้ที่อยู่ของลิสเบ็ธ ทางด้านลิสเบ็ธก็เจอกลุ่มคนร้ายมาแย่งชิงโปรแกรมไปอีก ซึ่งกลุ่มคนร้ายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คามิลล่า พี่สาวที่เธอไม่ได้เจอมานานกว่า 16 ปีแล้ว เรียกได้ว่าศึกรายล้อมลิสเบ็ธโดยแท้จริง เธอต้องหาทางตามล่าโปรแกรมกลับคืนมาก่อนที่ฝั่งผู้ร้ายจะลงมือแกะโค้ดโปรแกรมได้

เราเข้าโรงไปแบบหัวว่างๆ แบลงก์ๆ เพราะเคยดูตัวอย่างหนังมาค่อนข้างนานแล้ว หนังดำเนินเรื่องได้สนุก ไม่น่าเบื่อนะในความรู้สึกของเรา คือดูแล้วลุ้นตามตัวละครตลอด 2 ชั่วโมง ยิ่งฉากที่ต้องใช้ไหวพริบกันนี่ โอ้โห ดูเพลินมาก อดทึ่งไปกับความช่างคิดแผนการของตัวละครไม่ได้ ต้องบอกไว้ก่อนว่าแม้หน้าหนังจะทำให้เรารู้สึกว่านี่เป็นหนังบู๊ แต่เอาเข้าจริงเราว่าฉากบู๊ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ไม่ค่อยมีฉากที่ต้องสู้แบบประชิดตัวเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็นการไล่ล่าๆ กันมากกว่า ถึงอย่างนั้นเราว่าก็ดูสนุกดีนะ

ทางด้านตัวละคร เราชอบนางเอก (ลิสเบ็ธ) เป็นลุคผู้หญิงเท่ๆ คูลๆ ดิบๆ เถื่อนๆ แบบที่ดูเผินๆ นึกว่าเป็นผู้ชาย ฝีไม้ลายมือเธอก็โหดห้าวพอกัน ไหวพริบดี หลบหนีผู้ร้ายได้ ต่อสู้ได้ระดับหนึ่ง (ไม่ได้เทพขนาดนั้น) โดยรวมแล้วดูเท่แต่ก็ยังชวนให้ลุ้นให้กำลังใจ ไม่ได้เป็นสาวแกร่งที่แบบทุกอย่างปูทางมาให้ชนะตัวร้าย เธอต้องปะทะกับคามิลล่า พี่สาวของเธอที่โหดแบบนิ่งๆ เหี้ยมแบบผู้ดีนางพญา ชอบที่นางใส่ชุดแดง โดดเด่นมากท่ามกลางธีมหนังที่ดูมืดๆ มัวๆ หม่นๆ แบบฤดูหนาว คามิลล่านั้นนอกจากจะร้ายตามหน้าที่ เธอยังร้ายเพราะน้อยใจน้องสาว (ลิสเบ็ธ) ที่ไม่มาช่วยพาเธอออกจากวังวนชั่วร้ายของพ่อ (ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย) ด้วย ซึ่งจุดนี้ดูเหมือนว่าจะทำให้เธอกลายเป็นตัวร้ายที่น่าเห็นอกเห็นใจ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ฟังดูน่าหมั่นไส้เบาๆ เพราะเธอเลือกที่จะอยู่ฝั่งพ่อเอง แทนที่จะหนีไปกับลิสเบ็ธ ดังนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลิสเบ็ธจะเข้าใจผิดว่าเธออยากอยู่กับพ่อมากกว่าจะหนีไป สรุปคือตรงนี้คามิลล่านางดราม่าเกินเบอร์นะสำหรับเรา

อีกรายที่ค่อนข้างประทับใจคือออกัส ลูกชายของบัลเมอร์ เป็นเด็กชายหัวดีที่คิดเลขได้คล่องปร๋อ ที่สำคัญคือมีแนวคิดค่อนข้างเกินวัย ออกัสถูกพ่อสอนมาว่าอย่ายึดติดกับอดีตมากเกินไป เพราะมันจะทำให้จมปลักจนไม่เป็นอันทำอะไร พ่อสอนให้เขาอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งออกัสก็ทำตามคำสอนนี้ได้จริง เขานิ่งมากตอนที่ต้องจากคนที่ตัวเองรักไป ยังคิดกันเล่นๆ เลยว่าถ้าน้องนับถือศาสนาพุทธนี่ต้องบรรลุธรรมแน่ๆ

โดยรวม ถ้าถามว่าพล็อตหนังเรื่องนี้มีความโดดเด่นมั้ย เราว่าก็ยังไม่ขนาดนั้น มันก็คือการตามล่าหาอาวุธที่สามารถทำลายล้างโลกได้ พล็อตทั่วไปของหนังแอ็กชั่นระทึกขวัญนั่นแหละ แต่เอกลักษณ์ของเรื่องนี้คือตัวละครหญิงที่เท่ดิบ บวกกับการดำเนินเรื่องที่อยู่ในจังหวะที่พอดี ไม่เร็วไม่ช้าไป (ในความรู้สึกของเรา) จึงทำให้ดูสนุกและไม่เบื่อง่ายๆ นะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: