Edinburgh#1: Home is…

คำจำกัดความของบ้านนั้นมีเยอะมาก

ตอนเด็กๆ เราอาจจะนึกถึงบ้านในเชิงของวัตถุเท่านั้น นั่นก็คือที่พักอาศัย

พอโตมา เราก็เริ่มเห็นว่า ‘บ้าน’ ที่เราอยู่นั้นอาจไม่สมบูรณ์หากขาด ‘คนร่วมบ้าน’

เวลาผ่านไป เราเริ่มเข้าใจว่า ‘บ้าน’ นั้นกว้างใหญ่กว่าชายคาที่เราอาศัย แต่ ‘บ้าน’ นั้นคือความรู้สึก

ความรู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย ปลอดภัย เดินเบลอๆ ก็มั่นใจว่ารอดปลอดภัยถึงบ้านแน่ๆ

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหน ก็สามารถเป็นบ้านของเราได้ทั้งนั้นแหละ หากเราให้ใจกับมันมากพอ

การที่เราได้ไปเรียนต่อที่เอดินบะระ (Edinburgh) เมืองหลวงของสก๊อตแลนด์ เป็นเวลา 1 ปีนั้น ทำให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคำว่าบ้านหลังที่สอง เป็นความรู้สึกที่วิเศษนะเมื่อค้นพบว่าสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน ตอนนี้กลับกลายเป็นคนคุ้นเคยของเราไปแล้ว

เปิดแผนที่ก็รู้เลยว่าอะไรอยู่ตรงไหน ยังสามารถจดจำภาพของจุดต่างๆ และกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำในเมืองได้เป็นอย่างดี เผลอๆ จำเส้นทางได้แม่นกว่ากรุงเทพฯ อีก กลับมานี่รู้สึกว่ากรุงเทพฯ ใหญ่เกินไป

เมื่อได้กลับมาเยือนเอดินบะระอีกครั้งหลังห่างหายไป 3 เดือน จึงทำให้เรารู้สึกตื้นตันและโหยหากลิ่นอายที่แห่งนี้มาก ใครจะว่าเมืองนี้ขมุกขมัวอึมครึมผีสิงแต่เราโคตรชอบ ครั้งนี้เรากลับมาเพื่อรับปริญญาและเที่ยวเป็นเวลา 1 สัปดาห์กับพ่อแม่ ไม่ได้มาตัวคนเดียวเหมือนครั้งก่อน

สนามบินเอดินบะระยามเช้ามืดนั้นเงียบเหงาเอาเรื่อง ขนาดที่ว่าพอเครื่องบินจอดแล้ว เรายังต้องนั่งรอบนเครื่องสักพักเพราะพนักงานภาคพื้นดินยังไม่มา เป็นสถานการณ์ที่คงชวนหัวเสียไม่น้อยสำหรับใครที่กำลังรีบเร่ง แต่เรามองว่ามันเป็นความขำขันมากกว่า หากคุณอยู่เมืองนี้นานพอจะเข้าใจเลยว่าประชากรเมืองนี้ค่อนข้างทำตัวชิวๆ สบายๆ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เข้ากันดีกับเมืองที่ไม่ได้ปกคลุมด้วยความวุ่นวาย

เมื่อลงจากเครื่องแล้วเราก็ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกันเป็นปกติ ซึ่งเราก็จะต้องโชว์บัตรเบ่งแห่งชาติอย่าง BRP Card เวอร์ชั่นนักเรียนให้เขาดู ซึ่งความน่ารักของ ตม. อยู่ตรงที่เขาทักด้วยแหละว่ามารับปริญญาเหรอ มากับพ่อแม่ใช่ไหม ความเป็นมิตรนั้นเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของคนเมืองนี้จริงๆ

ระหว่างอยู่ในสนามบินแล้วก็ส่องนู่นมองนี่ไปเรื่อย ส่วนที่เชื่อมกับตัวเครื่องนั้นเพิ่งทำใหม่พอดี เพราะเราจำได้ว่าบินครั้งก่อนหน้านี้เรายังต้องเดินทะลุความหนาวจากเครื่องมาสนามบินอยู่เลย ตอนนั้นไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาวด้วยไงเพราะนึกว่าจะได้เข้าสนามบินเลย ที่ไหนได้… ครั้งนี้เราเลยเตรียมพร้อมใส่เสื้อกันหนาวตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน เผื่อว่าต้องลุยเดินเอ้าท์ดอร์อีก

ออกมาสู่ส่วนโถงหลักของสนามบินอันเรียงรายไปด้วยร้านค้าต่างๆ เราก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากประตูเดียวกัน โดยมีคนอีกกลุ่มหนึ่งยืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองฝ่ายสบตากันเท่านั้นแหละ พวกเขาวิ่งเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว สวมกอดและเอ่ยปากดีใจที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง เราเดาว่าอาจจะเป็นครอบครัวของเธอ

เพียงแค่มองภาพนั้น เราก็รู้สึกอบอุ่นวาบในใจแทน

สำหรับผู้หญิงคนนั้น การที่มีคนคุ้นเคยมารอรับที่สนามบิน คงเป็นบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกว่าได้กลับมาบ้านแล้วจริงๆ

สีหน้ายินดีและน้ำเสียงสดใสของทั้งสองฝ่ายบอกเล่าความรู้สึกตื้นตัน ณ เวลาเจอกันได้เป็นอย่างดี

สำหรับเรานั้น แม้จะไม่มีใครมายืนต้อนรับ แต่เราก็รู้ว่ายังมีผู้คนที่เรารู้จักกระจายตัวอยู่ในสถานที่แห่งนี้ และอีกไม่นานเราก็จะได้พบกัน

สำหรับตอนนี้ ชั่วขณะแรกที่เยื้องย่างเข้าสู่เอดินบะระ แค่ได้ถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศที่คุ้นเคย กลิ่นอายที่คุ้นเคย และทิวทัศน์ที่คุ้นเคย

ก็เพียงพอแล้วละ กับความรู้สึกว่าได้ ‘กลับบ้าน’

img_5859img_5860

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: