ซีรีส์ไทยใน Netflix ปีนี้ยกขบวนกันมาน่าดูหลายเรื่องเลย และล่าสุดที่เราสนใจก็คือ “อย่ากลับบ้าน” (Don’t Come Home) ซีรีส์ระทึกขวัญชูจุดเด่นเป็นบ้านหน้าตาเฮี้ยน นำแสดงโดยคุณนุ่น-วรนุช
สำหรับเรื่องนี้ แวบแรกที่เห็น เราก็คิดว่าน่าจะเป็นซีรีส์แนวผี-สยองขวัญ แต่แท้จริงแล้ว เมื่อดูไปเรื่อย ๆ จึงได้ค้นพบว่ามันไปไกลกว่าซีรีส์ผี และจริง ๆ มันก็ไม่ใช่ซีรีส์ผีด้วย
เรื่องย่อ

เริ่มต้นที่ “วารี” (นุ่น วรนุช) หญิงสาวตัวเอกของเรื่อง ตัดสินใจพา “มิน” (เจแปน พลอยปภัส) ลูกสาวหนี “ยุทธชัย” (ตุ้ย ธีรภัทร์) ผู้เป็นสามี ออกจากบ้านและมุ่งตรงไปยังบ้านเก่าของวารีสมัยเด็กที่พังงา โดยบ้านหลังนี้ก็มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว (สภาพหลอน ๆ โทรม ๆ แบบฉบับบ้านในหนังผี) ทั้งคู่เข้าไปอาศัยในบ้านหลังนี้ โดยได้ความช่วยเหลือจากลุงนที อดีตคนขับรถของแม่ ผู้คอยดูแลบ้านหลังนี้มาตลอด
ระหว่างอยู่บ้านหลังนี้ มินก็มีท่าทางหวาดกลัว โดยบอกวารีว่าเจอผู้หญิงน่ากลัวอยู่ในบ้าน ส่วนวารีเองก็เห็นเด็กผู้หญิงสวมหน้ากากวิ่งเล่นไปมา บรรยากาศโดยรวมดูไม่ชอบมาพากล ฝนตกไฟก็ดับบ่อยเหลือเกิน แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ย้ายไปไหน
จนกระทั่งวันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นทำให้มินหายตัวไป วารีจึงไปขอความช่วยเหลือจาก “สารวัตรฟ้า” (แพร พิชชาภา) และทีมตำรวจให้ช่วยสืบหาลูกสาวหน่อย สารวัตรฟ้าและทีมจึงสืบไปเรื่อย ๆ และค้นพบว่า บ้านของวารีมีความลับอะไรซ่อนไว้มากกว่าที่คิด
ภาพรวมของซีรีส์

ซีรีส์มีขนาดสั้น แค่ 6 ตอน ตอนละประมาณ 40-50 นาทีเท่านั้น
แต่ละตอนถือว่าดำเนินเรื่องได้กระชับ สนุก อาจจะมีแค่ตอนแรกที่เรารู้สึกว่าเรื่องดำเนินช้าไปหน่อย แต่พอเริ่มมาช่วงท้าย ๆ ตอน 2 เป็นต้นไป ซีรีส์ก็จะเริ่มเครื่องติด เริ่มทิ้งปริศนาท้ายตอนให้เราสนใจใคร่รู้อยากกดดูต่อ ซึ่งแต่ละตอนก็จะเพิ่มความน่าตกใจขึ้นเรื่อย ๆ
ในด้านบทพูด ช่วงแรก ๆ เราแอบรู้สึกว่าบทพูดมันดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไร โดยเฉพาะช่วงพบกันแรก ๆ ของวารีกับสารวัตรฟ้า มันดูแข็งกระด้างพิกล ไม่เหมือนคนที่พบเจอกันครั้งแรกซึ่งน่าจะต้องพูดด้วยความสุภาพหน่อย ภาษาที่ใช้ก็ฟังดูไม่ค่อยลื่นเท่าไร แต่จุดนี้ก็เป็นแค่ช่วงแรก ๆ หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยรู้สึกแปลกนัก
ความหลอนของซีรีส์นั้นมีแค่ช่วงแรก ช่วงที่ยังยึดคอนเซ็ปต์เป็นซีรีส์ผีอยู่ ซึ่งก็ถ่ายทอดออกมาได้ดี ผ่านบรรยากาศมืด ๆ ภายในบ้านหลังเก่า ส่วนผีก็ออกมาแบบเงา ๆ ไม่ได้โชว์หน้าเต็ม ๆ ถึงอย่างนั้น พอซีรีส์หลุดจากความเป็นสยองขวัญมาได้ ฉากหลอน ๆ ก็เริ่มหายไปแล้ว
ด้านนักแสดง ทุกคนทำได้ดี คุณนุ่น วรนุชนี่ไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นตัวแม่อยู่แล้ว อีกคนที่รู้สึกว่าเก่งมากคือน้องเจแปนผู้รับบทมิน น้องแสดงความหวาดหลัวออกมาได้ชัดดีสุด ๆ แบบเห็นแล้วสงสารอยากพาหนีออกจากบ้านแทน
สยองขวัญ -> สืบสวน -> ไซไฟ
ส่วนตัวรู้สึกว่า หนังสามารถแบ่งประเภทออกได้เป็น 3 ประเภทเลย
ช่วงแรกเน้นไปทางสยองขวัญ หนังผี เน้นบรรยากาศน่ากลัว
แต่พอมินหายตัวไป หนังก็กลายเป็นแนวสืบสวน มีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องสืบคดี ได้กลิ่นอายความเข้มข้นจริงจังแบบหนังสืบสวนมากขึ้น ความเป็นสยองขวัญเริ่มลดลง
หลังจากนั้น เมื่อถึงอีกจุดพีคของซีรีส์ ซีรีส์ก็จะกลายเป็นแนวไซไฟไปเลย ได้รสชาติคล้าย ๆ ซีรีส์เรื่อง DARK ถึงจุดนี้ความสยองขวัญในช่วงแรกหายไปจนหมดสิ้นแล้ว ส่วนความสืบสวนยังมีอยู่บ้างในพาร์ตของตำรวจ
เรียกได้ว่า เป็นซีรีส์ที่เหนือความคาดหมายไปเยอะเหมือนกัน ในแง่ของพล็อตถือว่าซีรีส์มีความกล้าใช้ได้เลยในการฉีกแนวออกไปขนาดนี้ น่าจะเป็นหนังไทยเรื่องแรก ๆ ที่เล่นแนวนี้ด้วย
เพื่อนหญิงพลังหญิง

หนึ่งธีมที่ชูขึ้นมาชัดคือความเป็นพลังหญิงที่ต้องสู้กับการกดทับของปิตาธิปไตย โดยตัวละครที่แท็กทีมกันสู้ในประเด็นนี้ก็คือวารีและสารวัตรฟ้า
แม้ช่วงแรก ๆ ทั้ง 2 คนดูจะยังไม่เข้าร่องเข้ารอยกันนัก ด้วยสารวัตรฟ้าก็แอบสงสัยว่าวารีเป็นบ้ารึเปล่า แต่พอซีรีส์ดำเนินไปเรื่อย ๆ ทั้งคู่ก็เริ่มช่วยเหลือกัน
ทั้ง 2 ตัวละครหญิงนั้นล้วนพบเจอผู้ชายที่ทำร้ายเธอ วารีโดนผัวซ้อม ส่วนสารวัตรฟ้านั้นก็เป็นเมียเก็บของผู้กอง ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่เลยอาจจะรู้สึกถึงสายสัมพันธ์เชื่อมโยงพวกเธออยู่เบา ๆ ในฐานะคนที่เคยเจออะไรมาคล้าย ๆ กัน
การที่ตัวละครสารวัตรฟ้าเป็นผู้หญิงท้องแก่ ตรงนี้ก็เป็นเหมือนการประกาศว่าผู้หญิงท้องไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอทำอะไรไม่เป็น เพราะสารวัตรฟ้าแกเล่นบุกตะลุยเองทุกซีนการสืบสวน บู๊จนแอบคิดว่าลูกในท้องน่าจะเกิดมาพร้อมกล้ามเป็นมัด ๆ แล้ว ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่ปลอดภัยสำหรับว่าที่คุณแม่เท่าไร แต่มันก็เป็นการประกาศจุดยืนว่าผู้หญิงท้องก็สตรองได้เหมือนกัน (เห็นตัวละครนี้แล้วนึกถึงตำรวจหญิงเซียร์ราในซีรีส์ Money Heist เลย คนท้องสายสตรองพอกัน)
โดยสรุป

สำหรับซีรีส์ “อย่ากลับบ้าน” เรื่องนี้อาจจะไม่สามารถเล่าอะไรได้มากนักในเชิงเนื้อเรื่อง เพราะเสี่ยงจะสปอยล์มาก ๆ ใครสนใจแนะนำว่าให้รีบไปดูก่อนเจอสปอยล์ เพราะไม่งั้นอาจจะไม่ว้าวกับสิ่งที่หนังค่อย ๆ เผย สำหรับเราคิดว่าเป็นอีกซีรีส์ที่สนุกและน่าติดตาม มีความฉีกแนวจากซีรีส์ไทยเรื่องอื่น ดีใจที่ได้เห็นนักแสดงรุ่นใหญ่เล่นซีรีส์พล็อตแปลก ๆ ใหม่ ๆ แนะนำสำหรับใครที่ชอบแนวระทึกขวัญเป็นทุนเดิมค่ะ
ต่อจากนี้เป็นสปอยล์ จะพาดขาวไว้ ใครอยากอ่านพาดดำเอานะ
.
.
.
เริ่ม
- คอนเซปต์ของพล็อตเรื่องนี้คือ time loop เป็นเรื่องของลูปเวลาที่วนไปวนมา ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด เหมือนวงกลมที่หมุนวนไปเรื่อย ๆ
- จุดแรกเริ่มสุดเลยต้องย้อนไปเมื่อปี 2534 ณ บ้านหลังเดิมหลังเดียวในซีรีส์ มีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ ประกอบด้วย ผู้เป็นพ่อ พนิดา (ซินดี้ สิริยา)-ผู้เป็นแม่ และวารี-ผู้เป็นลูกสาว
- พนิดาเป็นวิศวกรทำงานอยู่ในโรงไฟฟ้า (ถึงซีนนี้ใครเคยดู DARK จะเริ่มเอ๊ะละ ทำไมมันคุ้น ๆ) และได้ค้นพบหลุมดำประหลาดที่เหมือนจะเชื่อมมิติเวลาเอาไว้ ทำให้สามารถโอนย้ายของจากช่วงเวลาหนึ่งมายังอีกช่วงเวลาหนึ่งได้
- พนิดานั้นเป็นผู้หญิงบ้างาน ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับครอบครัวเท่าไร แต่เมื่อวันหนึ่งทั้งสามีและวารี-ลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พนิดาก็ไปไม่เป็น โทษว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ
- พนิดานึกถึงหลุมดำและคิดอยากจะลองใช้หลุมดำนี้พาตัวเองย้อนกลับไปก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ เธอสร้างห้องทดลองในห้องใต้ดินของบ้าน ติดตั้งเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่เพื่อการฉะนี้
- แต่เมื่อลองสร้างหลุมดำมิติเวลาขึ้นมา เธอกลับพบว่าเธอไม่สามารถย้ายตัวเองไปยังอีกมิติได้ แต่ดันได้คนจากอีกห้วงเวลามาแทน นั่นก็คือมิน-ลูกสาวของวารี ที่ก่อนหน้านี้ยังอยู่ในช่วงเวลาของปี 2567 เวลาปัจจุบันของซีรีส์ เฉลยปมว่ามินหายไปไหนในยุคปัจจุบัน ก็คือเธอถูกวาร์ปมายุคอดีตนั่นเอง
- มินเสียความทรงจำบางส่วน ทางด้านพนิดาก็เลี้ยงมินและผูกพันเสมือนเป็นลูกตัวเอง ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดถึงวารีซึ่งเป็นลูกคนเก่า เลยตัดสินใจลองเปิดมิติเวลาอีกครั้ง แต่คราวนี้คนที่วาร์ปมาดันเป็นวารี-เวอร์ชั่นหญิงสาวปี 2567 ผู้เป็นแม่ของมิน
- พนิดาตกใจมากเลยขังวารีเอาไว้เพราะนึกว่าเป็นผู้หญิงบ้าที่ไหนไม่รู้อ้างชื่อวารี แถมวารียังบอกว่าจะมาเอาลูกคืน พนิดาเลยยิ่งปกป้องมิน โดยให้ลุงนที-คนขับรถ คอยเฝ้าจับตาดูวารี
- วารีหลุดออกมาจากห้องทดลองได้ บุกไปจะแย่งมินคืนมาแต่ก็ต้องปะทะกับพนิดาจนร่วงตกจากชั้น 2 ของบ้านมาเสียชีวิต แถมยังโดนโคมไฟเทียนร่วงลงมาเผาร่างเธอจนไม่เหลือเค้าเดิม วิญญาณเธอกลายเป็นผีเฝ้าบ้าน (เป็นผีตนเดียวกับที่มินในปี 2567 เห็น)
- พนิดาตัดสินใจพามินออกจากบ้านไปเริ่มชีวิตใหม่ และตั้งชื่อมินใหม่ให้เป็นชื่อวารี
- เวลาล่วงเลยไป 30 ปี ระหว่างนั้น พนิดาก็ต้องช็อกเพราะวารีเติบโตมาหน้าตาเหมือนผู้หญิงที่ตนเคยเจอในอดีต พนิดาจึงกระจ่างว่าคนที่พบเจอตอนนั้นคือวารีตัวจริง เธอเตือนวารีว่าอย่ากลับบ้าน เพราะกลัวว่าเรื่องราวเดิมจะเกิดขึ้นซ้ำ (แต่แน่นอนว่าวารีไม่เข้าใจว่าแม่หมายความว่าอะไร)
- วารีแต่งงานกับยุทธชัย ตั้งท้อง ระหว่างนั้นก็โดนยุทธชัยซ้อม ตรงนี้มีการคาดการณ์กันในหมู่ผู้ชมว่า ยุทธชัยอาจจะคิดว่าวารีมีชู้ เพราะยุทธชัยเองก่อนหน้านี้ในซีรีส์เคยพูดว่ามินไม่ใช่ลูกตน ยุทธชัยอาจรู้ว่าตัวเองเป็นหมัน จึงคิดว่าวารีท้องกับชู้
- กลับมาจุดเริ่มต้นของซีรีส์ คือวารีพามินหนีออกมาจากยุทธชัย กลับบ้านเก่าที่พังงา แล้วลูปเวลาก็เริ่มใหม่อีกครั้ง…
- จึงสรุปได้ว่า วารีปี 2567 มินปี 2567 วารีหรือมินปี 2535 ผู้หญิงที่ตายในบ้านปี 2535 รวมถึงผีในบ้าน คือคนคนเดียวกันหมด คอนเฟิร์มโดยการตรวจ DNA ของตำรวจที่พบว่า DNA ของทุกคนนั้นเหมือนกันเป๊ะ แสดงว่าเป็นคนคนเดียวกัน
- ส่วนเด็กสวมหน้ากากที่วารีในปัจจุบันเจอ น่าจะเป็นความขัดข้องของมิติเวลาที่ทำให้เห็นภาพในอดีตทับซ้อนกันมา เด็กสวมหน้ากากแท้จริงก็คือมินที่วาร์ปกลับไป และวิ่งเล่นโดยชอบสวมหน้ากาก ไม่ใช่ผีแต่อย่างใด
จบ
Leave a comment