The Substance เป็นหนังที่เราบังเอิญเห็นรีวิวใน X แล้วคิดว่าน่าสนใจดี ด้วยพล็อตแนว Thriller ว่าด้วยเรื่องของ Beauty Standard พอมีเวลาเลยแวบเข้าโรงไปชมสักหน่อย
ปรากฏว่า นี่เป็นอีกหนัง Thriller ที่มอบประสบการณ์การดูหนังที่เพลิดเพลินมาก หนังไปสุดทุกทาง ไม่รู้สึกเสียดายเวลากว่า 2 ชั่วโมง 20 นาทีที่ดูไปเลย
เรื่องย่อ

The Substance เปิดเรื่องมาด้วยการแนะนำให้เรารู้จัก อลิซาเบ็ธ สปาร์กเคิล (Demi Moore) ดาราสาวฮอลลีวู้ดที่เคยโด่งดัง บัดนี้กาลเวลาผ่านไปผู้คนก็เริ่มลืมเลือนเธอ อลิซาเบ็ธในวัย 50 ตอนนี้บทบาทเหลือเพียงผู้ดำเนินรายการเต้นแอโรบิกบนทีวีฯ เท่านั้นเอง ซึ่งต่อมาเธอก็ถูกไล่ออกด้วยเหตุผลที่ว่าเธอแก่เกินไปแล้ว ทางรายการต้องการผู้หญิงที่เด็กกว่านี้มาดำเนินรายการแทน
ชีวิตยังน่าเจ็บใจไม่พอ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอลิซาเบ็ธยังประสบอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้เธอได้เจอกับหมอที่ยื่นสารเคมีแปลกประหลาดให้ เมื่อดูข้อมูลก็พบว่ามันเป็นสารที่พอฉีดเข้าไป ร่างกายจะโคลนนิ่งอีกร่างหนึ่งขึ้นมาเป็นร่างที่สวยกว่า สาวกว่า ดูดีกว่าในทุก ๆ ด้าน เจ้าของร่างสามารถสลับใช้ร่างไปมาได้ โดยมีข้อแม้ว่าต้องทำตามกฏอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ต้องสลับการใช้ร่างทุก ๆ 7 วัน, ต้องให้อาหารร่างที่จำศีลทุกวัน, ต้องคงสภาพร่างก๊อปปี้ด้วยการดูดน้ำไขสันหลังออกจากร่างต้นแบบทุกวันที่ใช้ร่างก๊อปปี้
อลิซาเบ็ธที่เริ่มรู้สึกเคว้งคว้างและหมดคุณค่า จึงฉีดยานี้เข้าไปและงอกร่างออกมาใหม่เป็น “ซู” (Margaret Qualley) หญิงสาวแรกรุ่นที่หุ่นเป๊ะปัง ซูออกไปใช้ชีวิต คว้าโอกาสการเป็นผู้ดำเนินรายการแอโรบิกแทนอลิซาเบ็ธ ใช้ความสาวและสวยให้คุ้มและเต็มที่
ในช่วงแรกนั้น การคอยสลับร่างทุก ๆ 7 วันก็ยังเป็นไปได้ดี แต่นานวันเข้า ความหลงระเริงในร่างที่ยังสาวก็เข้ามากัดกินอลิซาเบ็ธ ทำให้เธออยากเป็นซูมากขึ้น และรังเกียจร่างเดิมของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ นำไปสู่หายนะที่สุดจะคาดเดา
ภาพรวมของหนัง

หนังมีความยาวประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที เห็นแวบแรกอาจจะคิดว่าโหยาวจัง แต่ขอบอกเลยว่าหนังแทบไม่มีจุดไหนให้เบื่อ แค่ 5 นาทีแรกก็เอาอยู่แล้วกับการอธิบายช่วงชีวิตของอลิซาเบ็ธตั้งแต่รุ่งโรจน์ยันร่วงโรย
เส้นเรื่องของหนังดำเนินแบบฉับไวไม่ยืดยาด ทุก ๆ ฉาก ทุก ๆ การกระทำของตัวละคร สะกดให้เราไม่สามารถละสายตาได้เลย รู้สึกเป็นหนึ่งกับหนังมาก ๆ
ข้อนึงที่อาจทำให้หลายคนไม่กล้าดูหนังเรื่องนี้ คือการมีฉากแหวะ ๆ หรือฉากเลือดสาด ซึ่งก็คอนเฟิร์มว่ามีเยอะมากจริง ๆ ถ้าใครไม่ชอบซีนแบบนี้อาจจะทรมานตอนดูสักหน่อย แต่สำหรับเราเราคิดว่าซีนพวกนี้ไม่ได้ถูกยัดเยียดใส่เข้ามาเพื่อเอามันส์อย่างเดียว แต่มันยังจำเป็นต่อการเล่าเรื่องของหนัง ว่าง่าย ๆ คือมีเหตุผลและน้ำหนักมากพอที่จะรองรับแหละ
ในฝั่งของนักแสดง คุณ Demi Moore ในบทอลิซาเบ็ธเอาอยู่มาก และถึงเธอจะอายุกว่า 61 ปีแล้วแต่ก็ยังสวยและฟิตอยู่ ส่วนอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือคุณ Margaret Qualley ในบทของซู ที่เชื่อว่าสามารถสะกดทุกสายตาได้จริง ๆ กับความสวยเจิดจรัสและการระเบิดบทบาทของเธอ มุมกล้องขายความเซ็กซี่ของเธอสุด ๆ
เมื่อคุณค่าที่ถูกยึดโยงคือความสวย

หนังเล่นประเด็น Beauty Standard ได้ถึงพริกถึงขิง แถมยังประชดประชันสังคมที่เชิดชู Beauty Standard อย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วย
ในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกลดทอนคุณค่าเหลือเพียงความสวย พอเธอแก่ตัว โอกาสต่าง ๆ ก็เริ่มหดหาย ผู้คนรอบตัวเริ่มไม่สนใจไยดี ตรงนี้ดูแล้วก็รู้สึกสงสารอลิซาเบ็ธมาก ๆ เหมือนกันนะ ครั้งหนึ่งเคยเจิดจรัส แต่วันนี้กลายเป็น nobody ไปแล้ว ก็ไม่แปลกที่เธอจะอยากกลับไปสวยอีกครั้ง
พอได้ร่างซูมา ก็ชัดเจนเลยว่าโลกใจดีกับเธอขึ้นแบบ 300% โอกาสต่าง ๆ ตบเท้าเข้ามา ผู้คนแสดงความสนใจชื่นชอบ อะไร ๆ มันก็ดีไปหมด ชีวิตเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ซึ่งจริง ๆ ถ้าเธอรู้จักพอ และบาลานซ์การใช้ร่างให้ดี การมี 2 ร่างออกจะเอื้อประโยชน์ด้วยซ้ำ สัปดาห์หนึ่งใช้ร่างสาวออกไปทำงานไปสนุกกับชีวิต อีกสัปดาห์นึงกลับมาพักผ่อนในร่างเดิม ทุกอย่างก็จะลงตัว
แต่ถ้างั้นหนังก็คงจบแล้ว 555 เรื่องมันปะทุต่อก็เพราะอลิซาเบ็ธยังโหยหาความสาวความสวยต่อเนื่อง เริ่มหลงใหลเคลิบเคลิ้มกับชีวิตในร่างของซูจนแหกกฏเหล็ก ทำให้ชีวิตของเธอค่อย ๆ พังลงกับตา
มันสะท้อนให้เห็นว่า การหมกมุ่นหรือยึดติดกับความสวยงามมากเกินไป (หรือจริง ๆ กับอะไรก็ตาม) ก็สามารถนำภัยมาสู่ตัวได้ และที่สำคัญ ตัวเราเองจะรู้สึกพังทลายเมื่อความสวยนั้นจากเราไปตามอายุขัย ตอกย้ำว่า ความสวยมันไม่จีรังยั่งยืน คนเราจึงควรสร้างคุณค่าอื่น ๆ ให้ตัวเอง หาสิ่งที่ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาความสวย และรักตัวเองให้มาก ๆ เพราะมีแค่ตัวเราเท่านั้นแหละที่จะอยู่กับเรา
เมื่อชายกุมอำนาจ หญิงต้องฟาดฟันกันเอง

แม้ว่าในหนังเราจะเห็นการปะทะกันของอลิซาเบ็ธและซู แต่จริง ๆ แล้วศัตรูของพวกเธอคือพวกเธอในอีกเวอร์ชั่นจริง ๆ รึเปล่า
แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะหนังฉายชัดเลยว่าต้นเหตุความขัดแย้งทั้งปวงมาจากผู้ชายที่กุมอำนาจทางสื่อ มีสิทธิ์ตัดสินคุณค่าของผู้หญิงได้ผ่านสายตาของผู้ชาย ไม่มีโอกาสให้ผู้หญิงได้เฉิดฉายความเป็นตัวเองออกมา
กลายเป็นว่าแทนที่อลิซาเบ็ธกับซูจะร่วมมือสร้างพลังหญิงกัน กลับต้องมาห้ำหั่นกันเองเพราะความอิจฉาซะอย่างนั้น
นี่ขนาดเป็นคนคนเดียวกันนะ ไม่ต้องพูดถึงการแข่งขันกับคนนอกเลย
อีกสิ่งที่กัดจิก male gaze แบบสุด ๆ ของหนังคือมุมกล้องที่โฟกัสเฉพาะร่างกายบางส่วนของซู เช่น หน้าอก ก้น หว่างขา ฯลฯ ซึ่งเป็นมุมมองที่ sexualize จัด ๆ เรารู้สึกได้ถึงความประชดประชันจากมุมกล้องนั้น ในมุมมองเราคิดว่าจุดประสงค์ของมุมกล้องนั้นไม่ใช่เพื่อเร้าอารมณ์ (แม้ว่ามันจะเร้าได้) แต่เป็นการตอกย้ำว่านี่แหละคือ value ที่ผู้ชายสรรเสริญนักหนา มันก็เป็นแค่เปลือกนอกที่เหี่ยวย่นไปตามเวลา แค่นี้แหละ
ซึ่งการที่ผู้ชายที่กุมอำนาจ ยกยอความสาวที่สะพรั่งแค่ไม่นานนั้น ก็เป็นอันตรายกับผู้หญิงที่ self-esteem ต่ำ ต้องการการยอมรับจากผู้อื่น เพราะนั่นหมายความว่า ผู้หญิงคนนั้นจะรู้สึกไม่มีที่ยืนในสังคมเลยถ้าทำตามบรรทัดฐานที่ผู้ชายคาดหวังไม่ได้
ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ผู้หญิงก็ควรที่จะหันมาซัพพอร์ตกันเอง และสังคมก็ควรจะเชิดชูทุก ๆ รูปแบบของหน้าตาและร่างกาย ไม่ว่าใครจะมีลักษณะเป็นแบบไหนก็ตาม ทุกคนดูดีในแบบของตนได้ ไม่ต้องออกมาเป็นพิมพ์เดียวกันก็ได้
โดยรวม

The Substance เป็นภาพยนตร์แนว Thriller ที่สั่นประสาทและสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ ระหว่างทางเหมือนนั่งรถไฟเหาะอย่างที่หลายรีวิวว่าไว้จริง ๆ มีอะไรคาดไม่ถึงเยอะ มีจุดพีคที่อยากร้องว้าวให้ ที่สำคัญคือไม่มีจุดไหนน่าเบื่อยืดเยื้อเลย ถ้าใครชอบงานแนวระทึกขวัญ กัดจิกสังคม และทนกับภาพความรุนแรงได้ ก็อยากแนะนำเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ
สปอยสั้น ๆ
พาดขาวไว้ ใครอยากอ่านพาดดำเอานะ
เริ่ม
- อลิซาเบ็ธที่อยากเป็นซูต่อไปเรื่อย ๆ เริ่มแหกกฏด้วยการใช้ร่างซูนานเกิน 1 สัปดาห์ และดูดน้ำไขสันหลังของอลิซาเบ็ธมาเรื่อย ๆ จนถึงจุดนึงไม่มีน้ำไขสันหลังเหลือแล้วเพราะดูดมาใช้มากไป ต้องสลับร่างกลับไปเป็นอลิซาเบ็ธเพื่อฟื้นฟูร่างกายอีกครั้ง
- เมื่อสลับร่าง กลายเป็นว่าร่างของอลิซาเบ็ธแทบจะผุพังไม่เหลือชิ้นดี ขยับตัวไม่ค่อยจะได้ แก่หง่อมไปเลย
- ถึงจุดหนึ่งอลิซาเบ็ธร่างแก่อยากจะยกเลิกการใช้ยา จึงปักยาถอนลงบนร่างซู แต่ก็เปลี่ยนใจกะทันหันเพราะถ้าไม่มีซู ก็จะไม่มีส่วนไหนในตัวเธอที่คนรักและเชิดชูอีกแล้ว อลิซาเบ็ธจึงเจาะเลือดสลับร่างกับซู เพื่อให้ซูฟื้นมาอีกครั้ง
- แต่ด้วยความที่การสลับร่างทำหลังการถอนยา ทำให้เกิดปรากฏการณ์สุดแปลกคือทั้งอลิซาเบ็ธและซูเกิดมีชีวิตขึ้นมาพร้อมกัน! ฝั่งซูที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกกำจัด ก็ไล่โจมตีอลิซาเบ็ธร่างแก่จนเสียชีวิต
- ซูไปทำงานเป็นพิธีกรรายการปีใหม่ตามที่คุยกับนายจ้างไว้ แต่เพราะร่างแม่พิมพ์ตายไปแล้ว ร่างก๊อปปี้อย่างซูก็พลอยสลายไปด้วย อวัยวะต่าง ๆ เริ่มไม่ทำงาน
- ซูนึกขึ้นได้ว่ายังมียา activator เหลืออยู่ เป็นยาที่ทำให้งอกร่างใหม่ขึ้นมา เธอจึงกลับบ้านไปใช้ activator ที่เหลือด้วยคาดหวังว่ามันจะผุดร่างใหม่ที่ดีกว่าเดิมขึ้นมา โดยไม่สนคำเตือนว่า activator ใช้ได้เพียงครั้งเดียว ซึ่งเธอใช้ไปแล้วตอนผุดร่างซู
- ผลก็คือหายนะ เพราะร่างใหม่ของซูคืออสูรกายที่ไม่เหลือเค้าความเป็นคนแล้ว แต่ดูเหมือนจิตใต้สำนึกของอลิซาเบ็ธก็ยังคงยึดถือในร่างนี้ ยังคงแต่งตัวออกไปรายการวันปีใหม่
- ซึ่งผลลัพธ์ก็อย่างที่คาด ทุกคนหวาดกลัวและโจมตี แม้อลิซาเบ็ธในร่างซูอสูรกายจะกรีดร้องแค่ไหนก็ตามว่าเธอก็ยังเป็นคนเดิม
- ตอนจบ ร่างอสูรกายออกมาจากงานด้วยสภาพร่อแร่ใกล้ตาย ส่วนที่เป็นใบหน้าของอลิซาเบ็ธร่วงลงมาจากร่าง กระดึ๊บไปหยุดอยู่บนพื้นดวงดาวที่สลักชื่อของตัวเองในฐานะดาราดาวรุ่ง ก่อนที่ใบหน้านั้นจะสลายกลายเป็นกองเลือด
จบ
Leave a comment